มุสลิมสามารถสาบานโกหกและลบล้างบาปได้จริงหรือ⁉️
·14 มิ.ย. 2569·4 นาที

มุสลิมสามารถสาบานโกหกและลบล้างบาปได้จริงหรือ⁉️

คำกล่าวอ้างของผู้เกลียดชังอิสลาม

ในอิสลาม หากสาบานกับใครสักคนด้วยความตั้งใจว่าไม่ได้ทำสิ่งใดลงไป (ทั้งที่ทำ) หรือตั้งใจโกหกเพื่อเอาตัวรอด สามารถชดใช้และลบล้างความผิดทางศีลธรรมได้ง่ายๆ ด้วยการให้อาหารคนยากจน 10 คนตามซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 89 คำสาบานในอิสลามจึงเป็นช่องโหว่ทางศีลธรรมที่ทำให้มุสลิมสามารถตอแหลต่อผู้อื่นได้

สิ่งที่พฤติกรรมของผู้เกลียดชังอิสลามแสดงออกมานั้น

สิ่งที่พฤติกรรมของผู้เกลียดชังอิสลามแสดงออกมานั้น เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ ซึ่งก็คือการ “สวมรอยทางวิชาการ” พวกเขาจงใจตัดตอนเอาบทบัญญัติที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทางออกให้คนที่ต้องการถอนคำสาบาน มาสวมให้กับการสาบานโดยจงใจโกหก แล้วผู้เกลียดชังก็ทึกทักสรุปเอาเองอย่างหน้าตาเฉยว่า "นี่คือช่องโหว่ทางศีลธรรม อิสลามสอนคนให้โกหกได้" การกระทำเช่นนี้ไม่เป็นวิชาการเอาเสียเลย ซึ่งเราจะชี้แจงความจริงดังต่อไปนี้

อิสลามสอนให้แยกแยะระหว่าง “การเปลี่ยนใจคำสาบานเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า” กับ “การสาบานโดยจงใจโกหก” ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง การสาบานโดยจงใจโกหก อิสลามถือว่าเป็น يَمِينُ الْغَمُوسِ (ยะมีน อัล-ฆอมูส)

ซึ่ง อิมามอิบนุ อัล-อะษีร ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า:

سُمِّيت غَمُوسا لأنها تَغْمِس صاحِبَها في الإثْمِ ثم في النار

คำแปล: "มันถูกเรียกว่าเฆาะมูส การดึง เพราะแท้จริงแล้วมันดึงตัวผู้ที่กระทำมันให้ดำดิ่งลงไปในบาป และหลังจากนั้นก็ดึงให้จมลงไปในไฟนรก" [1]

คณะกรรมการถาวรเพื่อการวิจัยทางวิชาการ Al-Lajnah AD-Da'imah ได้ระบุบรรทัดฐานไว้อย่างชัดเจนว่า:

اليمين الغموس من كبائر الذنوب ، ولا تجدي فيها الكفارة لعظيم إثمها ، ولا تجب فيها الكفارة على الصحيح من قولي العلماء ، وإنما تجب فيها التوبة والاستغفار

คำแปล: "อัล-ยะมีน อัล-ฆอมูส (การสาบานเท็จ) นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาบาปใหญ่ และการจ่ายกัฟฟาเราะฮ์(สิ่งชดเชย)จะไม่เป็นที่เพียงพอสำหรับมันเนื่องจากความยิ่งใหญ่ของบาปของมัน และกัฟฟาเราะฮ์ไม่เป็นที่วาญิบ(จำเป็น)สำหรับมันตามทัศนะที่ถูกต้องจากคำกล่าวของบรรดาอุละมาอ์ ทว่าสิ่งที่วาญิบสำหรับมันนั้นคือการเตาบัต(กลับตัว)และการอิสติฆฟาร(ขออภัยโทษ)" [1]

(การเตาบะฮฺมีเงื่อนไขของมันอยู่ซึ่งจะไม่กล่าวในส่วนนี้) และชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมิยะฮฺ ได้ตอกย้ำมติเอกฉันท์ในเรื่องนี้ว่า:

واتفقوا على أن الإثم لا يسقط بمجرد الكفارة

คำแปล: "และพวกเขา(บรรดานักวิชาการ)ได้มีมติเอกฉันท์ว่าแท้จริงแล้วบาปนั้นจะไม่หลุดพ้นไปได้ด้วยกับเพียงแค่การจ่ายกัฟฟาเราะฮ์" [1]

เมื่อการสาบานโดยจงใจโกหกไม่สามารถชดใช้ด้วยอาหารได้ แล้วซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 89 ที่ผู้เกลียดชังอิสลามนำมาอ้างนั้นคืออะไร? โองการนี้ถูกประทานมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับ "คำสาบานที่เป็นพันธสัญญาต่ออนาคต" ซึ่งอิมามอิบนุกุดามะฮฺ อ้างคำกล่าวของอิมามอิบนุอับดิลบัรรฺว่า:

اليمين التي فيها الكفارة بإجماع المسلمين , هي التي على المستقبل من الأفعال

คำแปล: "การสาบานซึ่งในมันนั้นมีการจ่ายกัฟฟาเราะฮ์ ด้วยกับมติเอกฉันท์ของบรรดามุสลิม คือ(การสาบาน)ซึ่งอยู่บนอนาคตจากบรรดาการกระทำ" [2]

📌 เพื่อให้เห็นภาพ ลองดูตัวอย่างของการสาบานในอนาคตที่ต้องจ่าย "กัฟฟาเราะฮฺ" เมื่อเปลี่ยนใจไปทำสิ่งที่ดีกว่า:

ตัวอย่างที่ 1: สาบานด้วยอารมณ์โกรธว่า: "จะไม่มีวันไปเหยียบบ้านญาติคนนี้อีก" (การตัดญาติขาดมิตรเป็นบาป อิสลามไม่อนุญาตให้ใช้คำสาบานเป็นข้ออ้าง ศาสนาจึงสั่งให้เขายกเลิกคำสาบาน กลับไปเชื่อมสัมพันธ์ แล้วจึงจ่ายกัฟฟาเราะฮฺชดใช้)

ตัวอย่างที่ 2: สาบานว่า "จะไม่บริจาคเงินช่วยเหลือมัสยิดนี้อีกแล้ว" (การช่วยเหลือในหนทางของอัลลอฮฺเป็นความดี ศาสนาจึงสนับสนุนให้ยกเลิกคำสาบาน กลับไปทำดี แล้วจ่ายกัฟฟาเราะฮฺ)

ตัวอย่างที่ 3: สาบานว่า "ชีวิตนี้จะไม่ขอกินเนื้อวัวอีกต่อไป" (การห้ามตัวเองจากสิ่งฮะลาลโดยพลการเป็นเรื่องไม่สมควร ศาสนาจึงเปิดช่องให้กลับมากินได้ตามปกติ แล้วจ่ายกัฟฟาเราะฮฺชดแทน)

นี่คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อ "เปิดช่องทางให้คนกลับไปทำความดี" ไม่ใช่เปิดช่องโหว่ให้คนมาโกหกตามที่พวกเขาพยายามบิดเบือน

ดังนั้น การที่บอกว่ามุสลิมสามารถสาบานโดยจงใจโกหกได้แล้วค่อยไปจ่ายกัฟฟาเราะฮฺชดใช้ในภายหลังได้นั้น คือการบิดเบือนใส่ร้ายทางวิชาการ

#บรรณาธิการเนื้อหาโดย ฝ่ายกิจกรรมศาสนา ✅


📌 แหล่งอ้างอิง (References):

[1] IslamQA 100449 اليمين الغموس لا تكفرها إلا التوبة الصادقة

[2] IslamQA 36734 اعتاد أن يحلف صادقاً أو كاذباً ، فكيف يكفر عن هذه الأَيمان؟