ทำไมกุรอานไม่ได้กล่าวถึงไดโนเสาร์
ถ้าอัลกุรอานมาจากพระเจ้าผู้สร้างโลกจริง ทำไมถึงไม่มีการพูดถึงไดโนเสาร์เลยแม้แต่คำเดียว? วิทยาศาสตร์มีฟอสซิลพิสูจน์ชัดเจนว่าพวกมันครองโลกและสูญพันธุ์ไปก่อนมนุษย์อย่างอาดัมจะเกิดเป็นล้านๆ ปี การที่คัมภีร์ตกสำรวจสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ นั้นจะเพราะว่าคัมภีร์นี้ไม่ได้มาจากพระเจ้า
ก่อนที่จะไปชำแหละเนื้อหา ผู้เกลียดชังอิสลามต้องทำความเข้าใจพื้นฐานเสียก่อนว่า อัลกุรอานไม่ใช่ “หนังสือวิทยาศาสตร์” หรือ “สารานุกรมสัตว์โลก” ที่จะต้องมาระบุรายชื่อสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์บนโลกใบนี้ นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ของอัลกุรอาน
ลองคิดดูเล่นๆ ว่า หากคัมภีร์จากพระเจ้าที่ซึ่งเป็นทางนำของมนุษย์ แต่ต้องบันทึกรายชื่อสัตว์ทุกชนิด ตามมาตรฐานของผู้เกลียดชังตั้งไว้ แน่นอนว่าคัมภีร์เล่มนี้คงจะหนาเตอะมหาศาลจนไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถอ่านหรือท่องจำเพื่อนำมาใช้เป็นคู่มือชีวิตไหว
ข้อมูลจาก IslamQA ได้ระบุถึงประเด็นนี้ไว้ว่า:
"...อัลกุรอานและซุนนะฮ์ถูกประทานลงมาเพื่อชี้แนะผู้คน และแสดงให้พวกเขาเห็นถึงแนวทางที่ถูกต้อง เป้าหมายของกุรอานและซุนนะฮ์ไม่ได้มีเพื่อประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์โลก หรือชีววิทยา แม้ว่ากุรอานและซุนนะห์จะบ่งชี้ถึงข้อเท็จจริงมากมายที่เกี่ยวข้องกับสาขาเหล่านี้ก็ตาม แต่ก็มีสัตว์บางชนิดที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในอัลกุรอานและซุนนะฮ์เลย แม้ว่าพวกมันจะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาก็ตาม" [1]
จากข้อมูลข้างต้น เป้าหมายของอัลกุรอานไม่ใช่การระบุชื่อสัตว์ทุกชนิดบนโลก แต่มาเพื่อชี้แนะผู้คนให้เห็นถึงแนวทางที่ถูกต้อง และในความเป็นจริง สัตว์อีกหลายสายพันธุ์ที่อาศัยร่วมยุคเดียวกับช่วงที่คัมภีร์ถูกประทานลงมา ก็ไม่ได้ถูกกล่าวถึงไว้ในอัลกุรอาน และ IslamQA ได้สรุปประเด็นนี้ไว้ว่า:
“อิสลามไม่ได้ปฏิเสธว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้(ไดโนเสาร์) เคยมีอยู่จริง หรือปฏิเสธว่าพวกมันมีขนาดที่ใหญ่โต แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เมื่อมีการพูดถึงอายุขัยและรายละเอียดเกี่ยวกับรูปลักษณ์ตลอดจนวิถีชีวิตของพวกมัน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นขอบเขตของวิทยาศาสตร์ที่ผสานกับการสันนิษฐานเข้าด้วยกัน” [1]
ไม่ใช่หน้าที่ของอัลกุรอานที่จะต้องมากล่าวถึงมัน
นอกจากนี้ IslamQA ยังได้กล่าวถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกก่อนการมาของนบีอาดัม ดังที่ปรากฏในตัวบทอัลกุรอานความว่า:
“และ (จงรำลึกถึง) เมื่อพระเจ้าของเจ้าได้ตรัสแก่มะลาอิกะฮ์ว่า: 'แท้จริงข้าจะตั้งตัวแทน (มนุษยชาติผู้สืบทอดรุ่นต่อรุ่น) ขึ้นบนหน้าแผ่นดิน' พวกเขากล่าวทูลว่า: 'พระองค์จะทรงตั้งผู้ที่ทำความเสียหายและหลั่งเลือดในหน้าแผ่นดินกระนั้นหรือ - ทั้งๆ ที่พวกข้าพระองค์ต่างแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระองค์ (ทรงบริสุทธิ์ยิ่งเหนือสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคีต่อพระองค์) และเทิดทูนความบริสุทธิ์แด่พระองค์' พระองค์ (อัลลอฮ์) ตรัสว่า: 'แท้จริงข้ารู้ในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้'” [อัลบากอเราะฮ์ 2:30] [1]
เชค อิบนุ อุษัยมีน ได้อธิบายโองการนี้ว่า:
คำกล่าวของมลาอิกะฮ์ที่ว่า “พระองค์จะทรงตั้งผู้ที่ทำความเสียหายและหลั่งเลือดในหน้าแผ่นดินกระนั้นหรือ?” สิ่งนี้ทำให้มีความเป็นไปได้สูงมากว่าพวกเขา (มนุษย์) มาเป็นผู้สืบทอดต่อจากสิ่งมีชีวิตบางจำพวกที่มาก่อนพวกเขา และเคยมีสิ่งมีชีวิตบนโลกก่อนหน้านั้นที่ได้หลั่งเลือดและสร้างความเสียหาย ดังนั้นมลาอิกะฮ์จึงถามพระเจ้าของพวกเขา ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และทรงสูงส่งยิ่ง ว่า: “พระองค์จะทรงตั้งผู้ที่ทำความเสียหายและหลั่งเลือดในหน้าแผ่นดิน” เหมือนกับที่ผู้ที่มาก่อนพวกเขาได้กระทำไว้กระนั้นหรือ? (จบการอ้างอิงจาก Tafsir Al-Quran Al-Karim, 1/30) [1]
แม้ในตัวบททางศาสนาจะไม่ได้ระบุถึงคำว่า “ไดโนเสาร์” แต่จากการอรรถาธิบายโองการข้างต้นก็แสดงให้เห็นว่า อิสลามไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตในยุคก่อนนบีอาดัม ด้วยเหตุนี้ ไดโนเสาร์จึงอาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสิ่งถูกสร้างยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็เป็นไปได้ และมันก็ไม่ได้ขัดแย้งใดๆ ต่อหลักศรัทธาของอิสลาม
บทสรุป✨
ผู้เกลียดชังอิสลามกำลังใช้ตรรกะวิบัติที่บังคับให้ "คัมภีร์ที่ทำหน้าที่ชี้แนะทางนำ" ต้องมาทำหน้าที่เป็น "สารานุกรมสัตว์โลก" แท้จริงแล้ว การที่อัลกุรอานไม่ได้ระบุชื่อไดโนเสาร์ไม่ใช่การตกสำรวจ แต่เพราะมันไม่ใช่จุดประสงค์ของคัมภีร์ตั้งแต่แรก
ยิ่งไปกว่านั้น อิสลามไม่เคยปฏิเสธการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ การอรรถาธิบายอัลกุรอานของนักวิชาการชี้ให้เห็นว่า "มีความเป็นไปได้สูงที่เคยมีสิ่งถูกสร้างอื่นอาศัยอยู่บนโลกก่อนหน้ามนุษย์คนแรกอย่างนบีอาดัม" ดังนั้น ไดโนเสาร์จึงอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งถูกสร้างยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งการค้นพบนี้ไม่ได้สร้างความขัดแย้งใดๆ ต่อหลักศรัทธาของอิสลามเลยแม้แต่น้อย วัลลอฮุอะลัม (อัลลอฮ์ทรงรู้ดีที่สุด)