เมื่อผู้เกลียดชัง "งับคำ" เพื่อบิดเบือนเรื่องภูเขาในอัลกุรอาน‼️
อัลกุรอานบอกว่าภูเขาคือ "หมุด" ซึ่งธรรมชาติหมุดต้องตอกลงมาจากด้านบน สอดคล้องกับคำว่า (أَلْقَىٰ) และ (جَعَلَ) ที่แปลว่า โยนลงมาจากฟ้า แถมคำว่า (أَنْ) ในประโยคเพื่อไม่ให้สั่นคลอน ก็หมายถึงโลกต้อง "ไม่มีการเคลื่อนที่เลย" ไม่ใช่แค่ลดการสะเทือน การอธิบายแบบนี้มันขัดกับหลักธรณีวิทยาและวิทยาศาสตร์
เห็นได้ชัดว่าผู้เกลียดชังรับไม่ได้ที่อัลกุรอานกล่าวถึงภูเขาในฐานะ "หมุด" ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่องรากภูเขาที่หยั่งลึกกว่าส่วนที่ปรากฏเหนือพื้นผิวโลก และเป็นประเด็นที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เพิ่งอธิบายอย่างเป็นระบบในภายหลัง
เมื่อรับความหมายนี้ไม่ได้ ผู้เกลียดชังจึงพยายามบีบความหมายของอัลกุรอานให้แคบที่สุด และทำการงับคำอาหรับออกมาเป็นคำ ๆ เช่น أوتاد, رواسي, ألقى, جعل, และ أن تميد بكم แล้วตีความตามกรอบที่ตนเองต้องการ ก่อนจะสรุปว่าอัลกุรอานผิดพลาดทางวิทยาศาสตร์
จุดที่ชวนให้ตั้งคำถามคือ การสร้างภาพที่มองก็รู้ว่าหมายถึง อ.ชารีฟ วงศ์เสงี่ยม ขึ้นมาประกอบประเด็นนี้ ต้องการถกด้วยหลักฐานจริงๆ หรือเพียงต้องการดึงทัวร์มุสลิมให้เข้าไปถล่มคอมเมนต์เพื่อสร้างรายได้จากภาพนิ่ง? อันนี้ตั้งคำถามเฉยๆ
ปัญหาหลักคือ ผู้เกลียดชังตัดคำออกจากบริบทภาษาอาหรับ ตัฟซีร และคำอธิบายของนักวิชาการ แล้วสร้างความหมายใหม่ที่ตัวบทไม่ได้บอก และอุละมาอ์ไม่ได้ยืนยันไว้
ประเด็นที่ 1: พวกเขางับคำว่า “หมุด” แล้วบังคับว่าภูเขาต้องถูกตอกลงมาจากด้านบน
❌ คำกล่าวอ้างของผู้เกลียดชังอิสลาม:
“อัลกุรอานรู้ว่าภูเขามีส่วน “ราก” ที่อยู่ใต้แผ่นเปลือกโลก เหมือน “หมุด” ที่ปักอยู่ในวัตถุบางอย่าง...โดยธรรมชาติของหมุดในการตรึงบางสิ่งต้องถูกปักหรือตอกลงมาอยู่แล้ว”
✅ หักล้างด้วยข้อเท็จจริง:
จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ อัลกุรอานใช้คำว่า أوتادًا เพื่อเปรียบภูเขาเป็น “หมุด” ในแง่ของความมั่นคง การตรึง และการมีรากที่ฝังลึกใต้พื้นผิว ไม่ใช่มาเพื่ออธิบายกลไกการเกิดภูเขา
เพราะ IslamQA อธิบายชัดว่า ภูเขามีรากใต้พื้นผิวลึกกว่าส่วนที่ปรากฏเหนือพื้นผิวหลายเท่า และนี่คือจุดที่สอดคล้องกับภาพของ “หมุด”
ซึ่งอัลลอฮ์ได้ตรัสไว้ว่า:
أَلَمْ نَجْعَلِ الْأَرْضَ مِهَادًا وَالْجِبَالَ أَوْتَادًا
คำแปล: “เรามิได้ทำให้แผ่นดินเป็นพื้นราบดอกหรือ และมิได้ให้เทือกเขาเป็นหมุดตรึงไว้ดอกหรือ” [อันนะบะอ์ 78:6-7]
IslamQA อธิบายกรอบความหมายของภูเขาในอายะฮ์เหล่านี้ว่า:
“The description of the mountains as ‘firm’ and the statement that Allah, may He be exalted, ‘fixed them firmly’ means that they are stable. This is reflected by the meaning of the root of these words in Arabic.”
คำแปล: “การอธิบายลักษณะของภูเขาว่า ‘มั่นคง’ และคำกล่าวที่ว่า อัลลอฮ์ทรง ‘ตั้งมันไว้อย่างมั่นคง’ นั้น หมายความว่าภูเขาเหล่านั้นมีความเสถียร ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นได้จากความหมายของรากศัพท์ของคำเหล่านี้ในภาษาอาหรับ” [1]
IslamQA ยังอธิบายภาพ “หมุด” ไว้ในระดับที่เกี่ยวกับรากภูเขาและความมั่นคงว่า:
“The roots of the mountains beneath the surface of the earth are several times deeper than the height of that which appears above the surface. Hence Allah, may He be exalted, stated that He made the mountains pegs, and the part of the peg that is driven into the ground is longer than the part that remains above it.”
คำแปล: “รากของภูเขาที่อยู่ใต้พื้นผิวโลกนั้นมีความลึกมากกว่าความสูงของส่วนที่ปรากฏเหนือพื้นผิวขึ้นมาหลายเท่าตัว ด้วยเหตุนี้ อัลลอฮ์ จึงได้ตรัสว่า พระองค์ทรงทำให้ภูเขาเป็นดั่งหมุด ซึ่งส่วนของหมุดที่ถูกตอกฝังลงไปในดินนั้นย่อมมีความยาวมากกว่าส่วนที่โผล่พ้นดินขึ้นมา” [1]
เพื่อให้เห็นว่าภาพของภูเขาในอัลกุรอานวนอยู่ในกรอบเรื่อง “ความมั่นคงของแผ่นดิน” ไม่ใช่กลไกการถูกตอกจากด้านบนอย่างที่ถูกยัดเยียด ถัดไปนี้คืออายะฮ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภูเขา:
وَأَلْقَىٰ فِي الْأَرْضِ رَوَاسِيَ أَن تَمِيدَ بِكُمْ
คำแปล: “และพระองค์ทรงให้มีเทือกเขามั่นคงในแผ่นดิน เพื่อมิให้มันสั่นสะเทือนแก่พวกเจ้า” [อันนะห์ล 16:15]
และ
وَجَعَلْنَا فِي الْأَرْضِ رَوَاسِيَ أَن تَمِيدَ بِهِمْ
คำแปล: “และเราได้ทำให้เทือกเขามั่นคงในแผ่นดินเพื่อมันจะมิได้หวั่นไหวไปกับพวกเขา” [อัลอันบิยาอ์ 21:31]
ดังนั้น เมื่ออ่านอายะฮ์เหล่านี้ร่วมกันจะเห็นชัดว่า ภาพที่อัลกุรอานให้ไว้คือ ภูเขาเป็น หมุด และเป็น สิ่งมั่นคงแน่นหนาในแผ่นดิน ไม่ใช่ภาพว่าภูเขาถูกตอกลงมาจากท้องฟ้าเหมือนหมุดถูกตอก เพราะอัลกุรอานไม่ได้มาอธิบายกลไกการเกิดภูเขาทางธรณีวิทยาตั้งแต่แรก
ฉะนั้น ผู้เกลียดชังไม่ได้หักล้างอัลกุรอานเลย แต่เพียงงับคำว่า “หมุด” ออกมา แล้วสร้างหุ่นฟางว่าภูเขาต้องถูกตอกลงมาจากท้องฟ้า จากนั้นก็โต้ลมสบายใจคนเดียว 🫠
ประเด็นที่ 2: ผู้เกลียดชัง งับคำว่า “ألقى” และ “جعل” แล้วบังคับความหมายให้เป็นการโยนหรือวางภูเขาลงมาทางฟิสิกส์
❌ คำกล่าวอ้างของผู้เกลียดชังอิสลาม:
“อัลกุรอานได้ใช้คำว่า (أَلْقَىٰ) “อัลกอ” และ (جَعَلَ) “ญะอะละ”...แปลว่า “โยนลงมา”, “วางลงมา” ในบริบทของอัลกุรอานสื่อถึงการ “ปักลงมา” ของภูเขาจากด้านบนโดยอัลลอฮ์”
✅ หักล้างด้วยข้อเท็จจริง:
ข้อกล่าวหาตรงนี้เป็นการงับคำว่า ألقى จากอันนะห์ล 16:15 และคำว่า جعلنا จากอัลอันบิยาอ์ 21:31 แล้วบังคับให้หมายถึงการโยนหรือวางภูเขาลงมาทางกายภาพ
คำว่า ألقى แล้วล็อกความหมายให้เป็น “โยนวัตถุลงมาทางกายภาพ” ก็เป็นการบีบความหมายให้แคบลง ทั้งๆ ที่อัลกุรอานใช้คำนี้ในบริบทที่ไม่ใช่ทางกายภาพ
ยกตัวอย่างคำว่า ألقى จากอายะฮ์อื่น อัลลอฮ์ได้ตรัสถึงท่านมูซา عليه السلام ว่า:
وَأَلْقَيْتُ عَلَيْكَ مَحَبَّةً مِّنِّي
คำแปล: “และข้าก็ได้ให้ความรักจากข้าแก่เจ้า” [ฏอฮา 20:39]
อิหม่าม อัฏเฏาะบะรีอธิบายความหมายของอายะฮ์นี้ว่า: “และความหมายของ ‘และข้าได้ أَلْقَيْتُ ความรักจากข้าแก่เจ้า’ คือ ‘ข้าได้ทำให้พวกเขารักเจ้า’” [3]
ถ้า ألقى ถูกบังคับให้หมายถึง “การโยนวัตถุลงมาทางฟิสิกส์” ทุกกรณี อายะฮ์ وَأَلْقَيْتُ عَلَيْكَ مَحَبَّةً مِّنِّي ก็จะกลายเป็นว่า “ความรัก” ถูกโยนลงมาเหมือนวัตถุ ทั้งที่ความรักไม่ใช่สิ่งทางกายภาพ และอิหม่ามอัฏเฏาะบะรีก็อธิบายว่า ความหมายคือ อัลลอฮ์ทรงทำให้ผู้คนรักท่านนบีมูซา عليه السلام ไม่ใช่การโยนความรักลงมาเป็นวัตถุ
และในประเด็นภูเขาโดยตรง อันนะห์ฮาส ได้บันทึกคำอธิบายของอบูอิสฮากไว้ว่า ألقى ในอายะฮ์นี้มีความหมายเป็น جعل คือ “ทรงทำให้มี” [2] ดังนั้นคำนี้จึงไม่ใช่หลักฐานว่าภูเขาถูกโยนหรือปักลงมาจากด้านบนอย่างที่ผู้เกลียดชังยัดเยียด
นี่จึงเพียงพอที่จะปิดประตูการแปลแบบงับคำของผู้เกลียดชัง เพราะผู้รู้ไม่ได้อธิบายคำว่า ألقى ตรงนี้เป็นกลไกว่าภูเขาถูกโยนลงมาจากฟ้า แต่เข้าใจในความหมายว่าอัลลอฮ์ทรงทำให้มีภูเขาอันมั่นคงในแผ่นดิน
ส่วนคำว่า جعل ก็ไม่ใช่หลักฐานว่าภูเขาถูกปักลงมาจากด้านบน เพราะ جعل เป็นคำกว้างในภาษาอาหรับ ใช้ในความหมายว่า “ทรงทำให้มี”, “ทรงทำให้เป็น”, หรือ “ทรงกำหนดให้มี” ตามบริบท ไม่ใช่คำที่บังคับภาพว่าภูเขาถูกวางลงมาจากท้องฟ้าทางกายภาพ
ดังนั้น ประเด็นนี้ยังคงเป็นวิธีเดิมของผู้เกลียดชัง คือการงับคำว่า ألقى และ جعل ออกจากบริบท แล้วก็ Strawman สร้างหุ่นฟางว่าอัลกุรอานกำลังอธิบายภูเขาเหมือนวัตถุที่ถูกโยน หรือวางลงมาจากท้องฟ้า และแล้วก็โต้ลมว่าตัวเองได้หักล้างอัลกุรอานแล้ว 🫠
ประเด็นที่ 3: พวกเขางับคำว่า “أن” แล้วข้ามคำว่า “تميد”
❌ คำกล่าวอ้างของผู้เกลียดชังอิสลาม:
“คำว่า (أَنْ) ‘อัน’ แปลว่า ‘เพื่อไม่ให้’ คำว่า ‘ไม่’ ไม่ได้แปลว่า ‘ลด’ แต่มันหมายถึงไม่มีการเคลื่อนที่เลยในบริบทของอัลกุรอาน”
✅ หักล้างด้วยข้อเท็จจริง:
ข้อกล่าวหานี้ผิดตั้งแต่ต้น เพราะเขาจับแค่คำว่า أن หรือ “เพื่อไม่ให้” แล้วรีบสรุปว่าโลกต้องไม่มีการเคลื่อนที่ใดๆ เลย ทั้งที่ประโยคเต็มคือ أَن تَمِيدَ بِكُمْ หมายถึง “เพื่อไม่ให้มันตะมีดะไปกับพวกเจ้า”
ในประเด็นนี้ IslamQA ก็อธิบายไว้ชัดเจนว่า อัลกุรอานกล่าวถึงภูเขาในฐานะสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงสร้างขึ้นเพื่อทำให้แผ่นดินมั่นคง ไม่ให้มันสั่นหรือไหวโคลง โดยระบุว่า:
“The Holy Qur’an speaks of the mountains and explains that Allah, may He be exalted, created them so as to make the earth stable and, so that it would not shake or move.”
คำแปล: “คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวถึงภูเขาและอธิบายว่า อัลลอฮ์ทรงสร้างพวกมันขึ้นมาเพื่อให้แผ่นดินมีความมั่นคง และเพื่อมิให้มันสั่นคลอนหรือขยับเขยื้อน” [1]
เพื่อการเข้าใจอายะฮ์นี้ أَن تَمِيدَ بِكُمْ คำสำคัญอยู่ที่คำว่า تميد ไม่ใช่ أن อย่างที่ผู้เกลียดชังอ้าง
อันนะห์ฮาสอธิบายว่า ประโยค أَن تَمِيدَ بِكُمْ มีการกะประมาณความหมายตามแนวชาวบัศเราะฮ์ว่า “ด้วยความไม่ประสงค์ให้แผ่นดินตะมีดะไปกับพวกเจ้า” และตามแนวชาวกูฟะฮ์ว่า “เพื่อไม่ให้แผ่นดินตะมีดะไปกับพวกเจ้า” [2]
คำถามสำคัญคือ คำว่า ตะมีดะ تميد ในประโยค أَن تَمِيدَ بِكُمْ หมายถึงอะไร?
คำว่า تميد ในประโยค أَن تَمِيدَ بِكُمْ เป็นรูปกริยา ส่วน الميد คือคำนามอาการจากรากเดียวกัน
ดังนั้นเมื่ออิหม่ามอัฏเฏาะบะรีอธิบายว่า الميد คือการไหวปั่นป่วน การเอนโคลง และยกตัวอย่างเรือที่โคลงเคลงพร้อมผู้โดยสารจนเกิดอาการเมาเรือ ท่านจึงกำลังอธิบายว่า تميد ในอายะฮ์นี้สื่อถึงการไหวโคลงเสียเสถียรภาพ ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทุกชนิดของโลก [3]
ดังนั้น กรอบความเข้าใจของอายะฮ์นี้ไม่ใช่การสอนว่าโลกต้องหยุดนิ่งทุกมิติอย่างที่ผู้เกลียดชังยัดเยียด แต่คือการบอกว่าอัลลอฮ์ทรงให้มีภูเขาเพื่อความมั่นคงของแผ่นดิน และเพื่อไม่ให้แผ่นดินเกิดอาการ تميد คือ “ไหวโคลงจนเสียเสถียรภาพไปกับพวกเจ้า”
ดังนั้น อายะฮ์นี้ไม่ได้ปฏิเสธการเคลื่อนที่ทุกชนิดของโลก และไม่ได้หมายความว่าโลกจะไม่มีแผ่นดินไหวเฉพาะพื้นที่เลย
หลักฐานข้างต้นก็เพียงพอหักล้างการบิดเบือนของผู้เกลียดชังได้แล้ว เพราะพวกเขาไม่ได้เอาประโยคเต็มมาตั้งแต่แรก เพียงแต่ใช้วิธี Strawman โดยงับคำว่า أَنْ (เพื่อไม่ให้) ออกมา แล้วตัดคำว่า تَمِيدَ (ไหวโคลง) ออกจากประโยค แล้วก็ Strawman ให้ความหมายกลายเป็นว่า “โลกต้องหยุดนิ่งทุกมิติ”
ทั้งๆ ที่คำอธิบายตามหลักภาษาและตัฟซีรคือ "อัลลอฮ์ทรงให้มีภูเขาเพื่อไม่ให้แผ่นดินไหวโคลงจนเสียเสถียรภาพไปกับพวกเจ้า" ไม่ใช่เพื่อปฏิเสธการเคลื่อนที่ทุกชนิดของโลก
#วิทยาศาสตร์ว่าอย่างไรกับเรื่องนี้
สิ่งที่ยืนยันคือ ภูเขาไม่ได้เป็นเพียงก้อนหินที่โผล่ขึ้นมาบนพื้นผิว แต่มีรากลึกอยู่ใต้พื้นผิว และรากเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ #สมดุลของธรณีภาคตามหลักไอโซสตาซี
โดย Britannica อธิบายไอโซสตาซีว่าเป็น “สมดุลเชิงทฤษฎีของส่วนขนาดใหญ่ทั้งหมดของธรณีภาคโลก” และอธิบายว่า “ภูเขาสูงมีรากความหนาแน่นต่ำที่ยื่นลึกลงไปในชั้นเนื้อโลกที่อยู่ข้างใต้” [4]
IslamQA ยังอธิบายว่า ข้อมูลทางธรณีวิทยาเรื่องการเคลื่อนตัวเล็กน้อยของภูเขา ไม่ได้ขัดกับการที่อัลกุรอานกล่าวถึงภูเขาในฐานะสิ่งที่มั่นคง โดยระบุว่า:
“With regard to what geology says about the mountains moving horizontally a few millimetres every year...these are theories that do not contradict the description of the mountains as being stable and fixed…”
คำแปล: “ส่วนที่ธรณีวิทยากล่าวว่าภูเขาเคลื่อนตัวในแนวนอนเพียงไม่กี่มิลลิเมตรต่อปี...สิ่งเหล่านี้ไม่ขัดกับการอธิบายภูเขาว่าเป็นสิ่งที่มั่นคงและถูกตรึงไว้” [1]
ส่วนประเด็นที่ผู้เกลียดชังพยายามลากต่อไปถึงเรื่อง “โลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล” นั้น อ.อิลยาส เลิศสุขศักดา ได้เขียนชี้แจงไว้แล้ว สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้: https://www.facebook.com/share/p/18bKCi9R2F
📌 แหล่งอ้างอิง (References):
[3] تفسير الطبري, تفسير سورة النحل الآية 15 , تفسير سورة طه الآية 39.)