หักล้างวาทกรรม God of the Gaps
·12 มิ.ย. 2569·6 นาที

หักล้างวาทกรรม God of the Gaps

คำกล่าวอ้างของผู้เกลียดชังอิสลาม

การโยนคำตอบว่าเป็นพระเจ้าสร้าง คือ God of the Gaps อย่างที่เกิดขึ้นในสมัยโบราญ แค่ฝนตกไม่รู้เพราะอะไร จึงบอกพระเจ้าสร้าง พอสมัยนี้รู้สาเหตุของฝนตกแล้วจึงไปหา คำถามอย่างอื่น เช่น จักรวาลเกิดขึ้นเพราะอะไรแทน

ชำแหละวาทกรรม "God of the Gaps" ด้วยความจำเป็นทางตรรกะ

ก่อนหน้านี้ ผมได้ตั้งคำถามพื้นฐานที่สุดแก่ผู้ที่ปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้าว่า:

"ในเมื่อวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่าจักรวาลมีจุดเริ่มต้น หากคุณปฏิเสธผู้สร้าง ก็จงอธิบายมาว่าจักรวาลก่อตัวขึ้นมาเองได้อย่างไรหากปราศจากเจตจำนงในการตัดสินใจ? เหตุใดสรรพสิ่งถึง 'เลือก' ที่จะมีอยู่ แทนที่จะเป็นเพียงความว่างเปล่าตลอดไป?"

หลังจากที่โพสต์คำถามนี้ไป ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด เมื่อเอทิสต์ต้องเผชิญหน้ากับคำถามถึง "จุดกำเนิดจากความว่างเปล่า" เอทิสต์หลายคนถึงกับไปต่อไม่ได้และต้องพบกับทางตัน เพราะการกำเนิดของจักรวาลนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอาศัย "ความประสงค์" หรือ "เจตจำนง" ที่จะตัดสินใจเลือกให้จักรวาลนั้นอุบัติขึ้น

และเมื่อพวกเขาจนตรอก ไม้ตายสุดท้ายที่พวกเขาดึงมาใช้เพื่อปกป้องความเชื่อของตัวเอง มักจะหนีไม่พ้น 2 ข้ออ้างคลาสสิก นั่นคือการแปะป้ายว่าเรา(มุสลิม)ใช้ตรรกะ "God of the gaps (เอาพระเจ้ามาอุดช่องโหว่)" หรือไม่ก็จะอ้างว่า "เดี๋ยววิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ได้เองแหละ"

พวกเขาเคลมว่า คนที่เชื่อในพระเจ้าแค่ไม่รู้จะอธิบายการกำเนิดของจักรวาลอย่างไร เลยยัดเยียดให้เป็นฝีมือพระเจ้าเพื่อปิดหูปิดตาตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาต่างหากที่ไม่ตระหนักรู้ถึง 1. ขอบเขตของวิทยาศาสตร์ 2. สับสนระหว่างความไม่รู้ กับ "ความจำเป็นทางตรรกะ" (มีอธิบายข้างล่าง)


1. คำกล่าวอ้างที่ว่า "เดี๋ยววิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ได้"

คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาไม่เข้าใจขอบเขตการทำงานของวิทยาศาสตร์เลย เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบ "สิ่งที่มีอยู่แล้ว" ภายในจักรวาล (สสาร พลังงาน เวลา และพื้นที่ ฯลฯ)

แต่ก่อนที่จักรวาลจะเกิดขึ้นมาเนี่ย มันคือ "ความว่างเปล่าโดยสัมบูรณ์" (ความไม่มีอะไรเลย หรือ 0) วิทยาศาสตร์จะไปตรวจสอบความว่างเปล่าที่ไม่มีพื้นที่, ไม่มีเวลา ไม่มีสสาร ฯลฯ ได้ยังไงล่ะ? สิ่งที่มีอยู่ก่อนหน้าจักรวาลมันอยู่เหนือวิสัยและเกินความสามารถที่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์จะเข้าถึงได้

ดังนั้น การอ้างวิทยาศาสตร์ในสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของมัน มันคือความล้มเหลวทางตรรกะ เปรียบเสมือนการนำไม้บรรทัดไปใช้วัดหาอุณหภูมิความร้อน ซึ่งต่อให้พยายามวัดอย่างไรก็ไม่อาจหาคำตอบได้ เพราะคุณเลือกใช้เครื่องมือผิดประเภทตั้งแต่แรก

เมื่อวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เครื่องมือที่ตอบโจทย์ เราจึงต้องใช้เครื่องมือที่มนุษย์ทุกคนนั้นได้มาติดตัวตั้งแต่เกิด นั่นก็คือ "สติปัญญาและตรรกะ"


2. เอทิสต์กับความสับสนระหว่างคำว่า “ความไม่รู้ทางวิทยาศาสตร์” กับ “ความจำเป็นทางตรรกะ” (Logical Necessity)

God of the gaps ตามนิยามที่พวกเขาใช้ คือการเอาพระเจ้าไปอธิบายปรากฏการณ์ในธรรมชาติที่เรายังไม่เข้าใจกลไกของมัน เช่น คนโบราณไม่เข้าใจการเกิดฟ้าผ่าหรือแผ่นดินไหว เลยยกให้เป็นความพิโรธของเทพเจ้า แต่พอวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้พระเจ้าก็ได้ตกกระป๋องไป

(ในจุดนี้ เอทิสต์มักจะพยายามโยงว่า เดี๋ยววิทยาศาสตร์ก็ตอบได้ว่าจักรวาลมาได้ยังไง ดังนั้น เมื่อถึงตอนนั้น พระเจ้าก็จะตกกระป๋องไป เสมือนฟ้าผ่าและแผ่นดินไหวที่ไม่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าแต่เกี่ยวกับปัจจัย ฯลฯ ที่ไม่มีตัวแปรพระเจ้ามาเกี่ยวข้อง

ซึ่งเราหักล้างไปแล้วว่าวิทยาศาสตร์มันไม่มีวันตอบได้ในเรื่องจุดกำเนิดของจักรวาลเพราะมันเกินขอบเขตของมัน และอีกอย่างหนึ่ง การที่คุณพิสูจน์วิธีการได้ว่า ฟ้าผ่ายังไง, แผ่นดินไหวยังไง มันก็ไม่ได้หักล้างการมีอยู่ของพระเจ้า มันไร้สาระมากที่คุณรู้วิธีการประกอบรถทุกอย่าง 100% แล้วคุณก็ไปสรุปว่า รถคันนี้ไม่มีผู้สร้างหรอกเพราะเรารู้หมดแล้วว่ามันสร้างยังไง


หักล้าง God of the gaps

ลองใช้สติปัญญาคิดตามดู ถ้าผมเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่กลางทะเลทราย แล้วผมก็ใช้สติปัญญาและตรรกะวิเคราะห์เกี่ยวกับรถ เช่น เหล็กกับยางมันไม่สามารถประกอบตัวเองให้กลายเป็นรถได้ (ยิ่งตั้งอยู่กลางทะเลทรายที่ไม่มีโรงงานด้วยแล้ว) สติปัญญาจึงบังคับให้ผมต้องสรุปว่า “มันต้องมีวิศวกรสร้างมันขึ้นมาอย่างแน่นอน”

คำถามคือ คุณจะด่าผมไหมว่า ผมใช้ตรรกะ Engineer of the gaps? (ผมใช้วิศวกรมาตอบเพื่ออุดช่องโหว่ความไม่รู้) แน่นอนว่า คุณจะไม่ด่า เพราะมันคือ “ความจำเป็นทางตรรกะ” ว่าสิ่งที่มีจุดเริ่มต้นและมีความซับซ้อน ย่อมต้องมีผู้ทำให้มันเริ่มต้น

แต่พักประเด็นเรื่องกลไกไว้ก่อน เพราะสิ่งที่เรากำลังพูดถึงในบริบทของการกำเนิดจักรวาลนี้ คือ “ความว่างเปล่า (ไม่มีสสาร ไม่มีเวลา ไม่มีกฎฟิสิกส์ ไม่มีศักยภาพในการทำอะไรได้เลย)” เป็นสภาวะก่อนที่ธรรมชาติจะถือกำเนิดขึ้น

(อย่ามาอ้างว่ามุสลิม Strawman ยัดความว่างเปล่าให้เอทิสต์นะ เพราะมันคือตรรกะเชิงบังคับที่ว่า คุณเลือกปฏิเสธผู้สร้างที่บังเกิดจักรวาล คุณปฏิเสธจักรวาลมีอยู่มาโดยตลอดเพราะมันขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์ ช้อยส์สุดท้ายจึงตกไปที่ จักรวาลเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า)


จุดสำคัญ

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด "ความไม่มี" ไม่มีอะไรอยู่ในตัวมันเลย ไม่มีพลัง ไม่มีความคิด ไม่มีเจตนา ไม่มีความสามารถ และไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะทำให้ตัวเองกลายเป็น "ความมี" ได้

ดังนั้น ถ้าก่อนหน้านี้จักรวาลยังไม่มีอยู่ แล้วต่อมาจักรวาลเกิดขึ้นจริง ก็ต้องมีเหตุภายนอกที่ทำให้มันเกิดขึ้น ไม่ใช่ให้ "ความไม่มี" สร้างทุกสิ่งขึ้นมาเอง

การที่สิ่งๆ หนึ่งเกิดขึ้นมาหลังจากที่ก่อนหน้านี้มันไม่มีอยู่ ย่อมหมายความว่ามันมีความประสงค์ มีเจตจำนง และมีการเลือกให้มันอุบัติขึ้น

สิ่งที่จะทำให้ความว่างเปล่าเกิดเป็นสรรพสิ่งได้ ต้องเป็นสิ่งที่อยู่เหนือสสาร อยู่เหนือเวลา มีพลังอำนาจ และมีเจตจำนงในการตัดสินใจ ซึ่งในทางตรรกะและเทววิทยา เราเรียกสิ่งนั้นว่า "ผู้สร้าง (The Creator)"

การยอมรับถึงผู้สร้าง จึงเป็นผลลัพธ์จากกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงบังคับทางตรรกะ ไม่ใช่การเดาสุ่มเพื่ออุดช่องโหว่ความไม่รู้