มุสลิมสาบานเท็จได้จริงหรือ⁉️
·13 มิ.ย. 2569·5 นาที

มุสลิมสาบานเท็จได้จริงหรือ⁉️

คำกล่าวอ้างของผู้เกลียดชังอิสลาม

ในอิสลาม หากสาบานกับใครสักคนด้วยความตั้งใจว่าไม่ได้ทำสิ่งใดลงไป (ทั้งที่ทำ) หรือตั้งใจโกหกเพื่อเอาตัวรอด สามารถชดใช้และลบล้างความผิดทางศีลธรรมได้ง่ายๆ ด้วยการให้อาหารคนยากจน 10 คนตามซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 89 คำสาบานในอิสลามจึงเป็นช่องโหว่ทางศีลธรรมที่ทำให้มุสลิมสามารถตอแหลต่อผู้อื่นได้

ข้อกล่าวหานี้มีปัญหาตั้งแต่ฐาน เพราะผู้เกลียดชังอิสลามเอาบทบัญญัติเรื่องกัฟฟาเราะฮ์ของคำสาบานชนิดหนึ่ง ไปสวมแทนคำสาบานอีกชนิดหนึ่งที่อิสลามถือเป็นบาปใหญ่

ซูเราะฮ์ อัล-มาอิดะฮ์ อายะฮ์ที่ 89 ที่พวกเขานำมาอ้าง พูดถึงคำสาบานที่เกี่ยวกับการกระทำในอนาคต เช่น สาบานว่าจะทำหรือจะไม่ทำบางอย่าง แล้วภายหลังเห็นว่าการถอนคำสาบานนั้นนำไปสู่สิ่งที่ถูกต้องกว่า

ส่วนการสาบานเท็จเพื่อหลอกผู้อื่น หรือสาบานว่าไม่ได้ทำ ทั้งที่รู้ว่าตัวเองทำ อิสลามเรียกว่า “ยะมีน อัล-ฆอมูส” (يَمِينُ الْغَمُوسِ) นี่คือคนละหมวดโดยสิ้นเชิง

อิมามอิบนุ อัล-อะษีร ได้อธิบายความหมายของคำนี้ไว้ว่า:

سُمِّيت غَمُوسا لأنها تَغْمِس صاحِبَها في الإثْمِ ثم في النار

"มันถูกเรียกว่าเฆาะมูส การดึง เพราะแท้จริงแล้วมันดึงตัวผู้ที่กระทำมันให้ดำดิ่งลงไปในบาป และหลังจากนั้นก็ดึงให้จมลงไปในไฟนรก" [1]

คำอธิบายนี้ชี้ชัดว่า การสาบานเท็จไม่ใช่ความผิดเล็กน้อยที่ล้างด้วยการให้อาหารคนยากจนแล้วจบ แต่มันเป็นบาปใหญ่ที่ลากผู้กระทำลงสู่บาปและไฟนรก

คณะกรรมการถาวร Al-Lajnah AD-Da'imah ได้วางบรรทัดฐานเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า:

اليمين الغموس من كبائر الذنوب ، ولا تجدي فيها الكفارة لعظيم إثمها ، ولا تجب فيها الكفارة على الصحيح من قولي العلماء ، وإنما تجب فيها التوبة والاستغفار

"อัล-ยะมีน อัล-ฆอมูส (การสาบานเท็จ) นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาบาปใหญ่ และการจ่ายกัฟฟาเราะฮ์(สิ่งชดเชย)จะไม่เป็นที่เพียงพอสำหรับมันเนื่องจากความยิ่งใหญ่ของบาปของมัน และกัฟฟาเราะฮ์ไม่เป็นที่วาญิบ(จำเป็น)สำหรับมันตามทัศนะที่ถูกต้องจากคำกล่าวของบรรดาอุละมาอ์ ทว่าสิ่งที่วาญิบสำหรับมันนั้นคือการเตาบัต(กลับตัว)และการอิสติฆฟาร(ขออภัยโทษ)" [1]

ข้อความนี้ปิดทางบิดเบือนโดยตรง เพราะมันบอกชัดว่า กัฟฟาเราะฮ์ไม่เพียงพอสำหรับการสาบานเท็จ และสิ่งที่จำเป็นคือการเตาบะฮ์และอิสติฆฟาร (รายละเอียดเงื่อนไขของการเตาบะฮ์มีประเด็นแยกของมัน จึงไม่ขยายในบทความนี้)

ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมิยะฮ์ ยังตอกย้ำหลักสำคัญว่า แม้ในกรณีที่มีการจ่ายกัฟฟาเราะฮ์ บาปก็ไม่ได้หายไปเพียงเพราะจ่ายสิ่งชดเชยเท่านั้น:

واتفقوا على أن الإثم لا يسقط بمجرد الكفارة

"และพวกเขา(บรรดานักวิชาการ)ได้มีมติเอกฉันท์ว่าแท้จริงแล้วบาปนั้นจะไม่หลุดพ้นไปได้ด้วยกับเพียงแค่การจ่ายกัฟฟาเราะฮ์" [1]

จุดนี้สำคัญมาก เพราะผู้เกลียดชังอิสลามพยายามทำให้คนเข้าใจว่าอิสลามมีระบบ “โกหกก่อน แล้วค่อยจ่ายชดเชยทีหลัง”

ข้อเท็จจริงคือ อิสลามถือว่าการสาบานเท็จเป็นบาปใหญ่ และการจ่ายกัฟฟาเราะฮ์ไม่ได้ทำให้บาปหลุดไปโดยอัตโนมัติ

เมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามต่อมาคือ ซูเราะฮ์ อัล-มาอิดะฮ์ อายะฮ์ที่ 89 ที่พวกเขานำมาอ้างนั้นพูดถึงอะไร

คำตอบคือ อายะฮ์นี้เกี่ยวกับ คำสาบานที่เป็นพันธสัญญาต่ออนาคต ไม่ใช่การสาบานเท็จเพื่อหลอกผู้อื่น

อิมามอิบนุกุดามะฮ์ได้อ้างคำกล่าวของอิมามอิบนุอับดิลบัรรฺว่า:

اليمين التي فيها الكفارة بإجماع المسلمين , هي التي على المستقبل من الأفعال

"การสาบานซึ่งในมันนั้นมีการจ่ายกัฟฟาเราะฮ์ ด้วยกับมติเอกฉันท์ของบรรดามุสลิม คือ(การสาบาน)ซึ่งอยู่บนอนาคตจากบรรดาการกระทำ" [2]

ประโยคนี้ทำให้กรอบเรื่องทั้งหมดชัดขึ้นทันที กัฟฟาเราะฮ์ในอายะฮ์นี้เกี่ยวข้องกับคำสาบานต่อการกระทำในอนาคต เช่น คนสาบานว่าจะไม่ทำบางอย่าง แล้วต่อมาพบว่าการยกเลิกคำสาบานนั้นถูกต้องกว่าและดีกว่า


ตัวอย่างที่ 1: สาบานด้วยอารมณ์โกรธว่า “จะไม่มีวันไปเหยียบบ้านญาติคนนี้อีก”

การตัดญาติขาดมิตรเป็นบาป อิสลามจึงไม่เปิดช่องให้ใช้คำสาบานเป็นข้ออ้างในการทำบาปต่อไป

ศาสนาสั่งให้เขากลับไปเชื่อมสัมพันธ์ แล้วจ่ายกัฟฟาเราะฮ์ชดใช้คำสาบาน


ตัวอย่างที่ 2: สาบานว่า “จะไม่บริจาคเงินช่วยเหลือมัสยิดนี้อีกแล้ว”

การช่วยเหลือในหนทางของอัลลอฮ์เป็นความดี หากคำสาบานกลายเป็นอุปสรรคต่อความดี ศาสนาจึงเปิดทางให้ถอนคำสาบาน กลับไปทำความดี แล้วจ่ายกัฟฟาเราะฮ์


ตัวอย่างที่ 3: สาบานว่า “ชีวิตนี้จะไม่ขอกินเนื้อวัวอีกต่อไป”

การห้ามตัวเองจากสิ่งฮะลาลโดยพลการเป็นเรื่องไม่สมควร ศาสนาจึงเปิดทางให้กลับมากินสิ่งฮะลาลได้ตามปกติ แล้วจ่ายกัฟฟาเราะฮ์แทนคำสาบานเดิม

บรรณาธิการเนื้อหาโดย ฝ่ายกิจกรรมศาสนา ✅


📌 แหล่งอ้างอิง (References):

[1] IslamQA 100449 Does Repentance Expiate False Oaths?

[2] IslamQA 36734 How to Expiate for Swearing by Allah and Lying