ดวงอาทิตย์ตกลงในบ่อน้ำโคลน⁉️
·13 มิ.ย. 2569·9 นาที

ดวงอาทิตย์ตกลงในบ่อน้ำโคลน⁉️

คำกล่าวอ้างของผู้เกลียดชังอิสลาม

อัลกุรอานขัดแย้งกับหลักวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน ในซูเราะห์อัล-กะฮ์ฟ 18:86 บอกว่าซุลก็อรนัยน์เห็นดวงอาทิตย์ตกในบ่อโคลน แถมในหะดีษสุนัน อบี ดาวูด 4002 นบียังย้ำชัดเจนว่าดวงอาทิตย์ตกในบ่อน้ำร้อน ดวงอาทิตย์ใหญ่กว่าโลกตั้งกี่เท่าจะไปตกในบ่อโคลนได้ยังไง? นี่แหละหลักฐานคาตาที่พิสูจน์ว่านบีมั่ว และเข้าใจดาราศาสตร์ผิดเพี้ยนสุดๆ

ประเด็นที่ 1: อัลกุรอาน 18:86 ไม่ได้ระบุว่าดวงอาทิตย์ตกลงในบ่อจริงทางฟิสิกส์

ข้อกล่าวหานี้เริ่มจากการอ่านตัวบทผิดประเภท อัลกุรอานกำลังเล่าประสบการณ์การมองเห็นของซุลก็อรนัยน์ ไม่ได้กำลังอธิบายแผนที่จักรวาลหรือสมการดาราศาสตร์

ผู้โจมตีจึงสร้างปัญหาขึ้นมาเอง ด้วยการเอาภาษาพรรณนาภาพที่มนุษย์มองเห็น ไปบิดให้กลายเป็นคำกล่าวอ้างทางฟิสิกส์ นี่คือตรรกะวิบัติแบบสลับหมวดหมู่ เพราะเอาภาษาของการเห็นจากมุมมองมนุษย์ ไปตัดสินเหมือนเป็นภาษาของตำแหน่งดวงดาวในอวกาศ

ตัวบทอัลกุรอานในซูเราะห์ อัล-กะฮ์ฟ อายะฮ์ที่ 86 ระบุว่า:

حَتَّىٰٓ إِذَا بَلَغَ مَغْرِبَ ٱلشَّمْسِ وَجَدَهَا تَغْرُبُ فِى عَيْنٍ حَمِئَةٍۢ وَوَجَدَ عِندَهَا قَوْمًۭا ۗ قُلْنَا يَـٰذَا ٱلْقَرْنَيْنِ إِمَّآ أَن تُعَذِّبَ وَإِمَّآ أَن تَتَّخِذَ فِيهِمْ حُسْنًۭا ٨٦

คำแปล: “จนกระทั่งเมื่อเขาไปถึงดินแดนที่ดวงอาทิตย์ตก ‘เขาพบ’ มันตกลงในน้ำขุ่นดำ และพบชนหมู่หนึ่ง ณ ที่นั้นเรากล่าวว่า (อัลลอฮ์ทรงดลใจเขา) โอ้ ซุลก็อรนัยน์ เจ้าจงลงโทษพวกเขาหรือทำความดีต่อพวกเขา”

จุดสำคัญอยู่ที่คำว่า “เขาพบ” หรือ “เขาเห็น” เพราะตัวบทกำลังบอกสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของซุลก็อรนัยน์ ณ จุดที่เขาเดินทางไปถึง

ตัฟซีร อิบนุ กะษีรอธิบายประเด็นนี้อย่างชัดเจนว่า ตัวบทไม่ได้หมายความว่าดวงอาทิตย์หลุดจากวงโคจรแล้วตกลงไปในบ่อน้ำจริง

ท่านอัล-ฮาฟิซ อิบนุ กะษีร ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน กล่าวว่า:

“หมายถึง: เขาเห็นดวงอาทิตย์ในสายตาของเขาว่ากำลังตกในทะเลอันกว้างใหญ่ (มหาสมุทร) และนี่เป็นเรื่องปกติของทุกคนที่ไปจนสุดชายฝั่ง เขาจะเห็นมันประหนึ่งว่ามันกำลังตกลงในน้ำ ทั้งที่ (ความจริง) มันไม่ได้แยกออกจากวงโคจรจากจุดที่มันถูกกำหนดไว้เลย”

จบการอ้างอิงจาก “ตัฟซีร อัล-กุรอาน อัล-อะซีม” 5/191

หลักฐานนี้ทำลายข้อกล่าวหาตรงจุด เพราะอิบนุ กะษีรแยกชัดระหว่าง “สิ่งที่ตาเห็น” กับ “ความจริงทางกายภาพ”

ซุลก็อรนัยน์เห็นดวงอาทิตย์เหมือนตกลงในทะเลหรือแหล่งน้ำจากมุมมองของเขา เหมือนที่มนุษย์ทั่วไปเห็นดวงอาทิตย์แตะขอบฟ้าในเวลาตก

IslamQA ฟัตวาที่ 176375 อธิบายประเด็นเดียวกันว่า:

“…สิ่งที่มุ่งหมายคือการพรรณนาภาพที่ปรากฏต่อหน้าเขา เพราะเขาเห็นมัน ณ ขอบฟ้าของทะเล เสมือนว่ามันกำลังจมลงไปในนั้น ณ เวลาที่ตก อัลกุรอานไม่ได้บอกเราว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นในความเป็นจริง; ดังนั้น อัลลอฮ์ ผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง จึงตรัสว่า ‘เขาว่าพบมันกำลังตก’ และพระองค์ไม่ได้ตรัสว่า ‘มันกำลังตกในบ่อโคลนตมสีดำ’…” [1]

ข้อความนี้ยืนยันหลักเดียวกัน คืออัลกุรอานใช้ภาษาพรรณนาสิ่งที่ปรากฏแก่ผู้เดินทาง ไม่ได้กล่าวว่าดวงอาทิตย์ตกลงไปในน้ำจริง

ดังนั้นข้อกล่าวหาว่าอัลกุรอานผิดดาราศาสตร์จึงตั้งอยู่บนการบิดกรอบการอ่านตั้งแต่ต้น

มนุษย์ทุกคนใช้ภาษาแบบนี้ในชีวิตประจำวัน เราพูดว่า “ดวงอาทิตย์ขึ้น” และ “ดวงอาทิตย์ตก” ทั้งที่ไม่มีใครหมายความว่าดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นจากพื้นโลกหรือตกลงไปในพื้นโลกจริง

ผู้โจมตีอิสลามเองก็ใช้ภาษานี้ แต่กลับทำเป็นตีตัวบทอัลกุรอานอย่างแข็งทื่อเมื่ออยากโจมตีศาสนา

ที่สำคัญ สถาบันวิทยาศาสตร์เองก็ใช้ภาษาประเภทเดียวกัน NASA StarChild ก็ใช้หัวข้อบทเรียนนี้ว่า:

“Sunrise, Sunset: Apparent Motion of the Sun”

คำแปลคือ: “ดวงอาทิตย์ขึ้น, ดวงอาทิตย์ตก: การเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์” [2]

คำว่า “Apparent Motion” หมายถึงการเคลื่อนที่ที่ปรากฏแก่สายตาผู้สังเกต ไม่ใช่การบอกว่าดวงอาทิตย์เคลื่อนขึ้นลงจริงตามความเข้าใจดิบของสายตา

ถ้าหน่วยงานวิทยาศาสตร์ใช้คำว่า “ดวงอาทิตย์ตก” เพื่ออธิบายสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาได้โดยไม่ถือว่าผิดดาราศาสตร์ ผู้โจมตีอัลกุรอานก็ไม่มีสิทธิ์ใช้สองมาตรฐานกับตัวบทศาสนา


ประเด็นที่ 2: หะดีษสุนัน อบี ดาวูด 4002 เรื่อง “ดวงอาทิตย์ตกในบ่อน้ำร้อน” ไม่ใช่สำนวนที่มีน้ำหนัก

ข้อกล่าวหาส่วนที่สองใช้วิธีเลือกหยิบรายงานที่ใช้โจมตีได้ แล้วละเลยรายงานที่มั่นคงกว่า ซึ่งก็คือการ Cherry-picking เพราะผู้โจมตีหยิบถ้อยคำหนึ่งจากสายรายงานที่มีปัญหา แล้วพยายามยัดให้เป็นความเชื่อหลักของอิสลาม ทั้งที่ศาสตร์หะดีษมีหลักตรวจสอบสายรายงานและถ้อยคำอย่างละเอียด

IslamQA ฟัตวาที่ 176375 อธิบายว่า สำนวนที่มีน้ำหนักมากที่สุดของหะดีษอบูซัรร์ คือสำนวนที่กล่าวถึงการที่ดวงอาทิตย์ไปสุญูดใต้บัลลังก์ โดยไม่มีถ้อยคำว่า “ตกในบ่อน้ำร้อน” โดย IslamQA ระบุว่า:

“…สำนวนของหะดีษอบูซัรร์ (ขอความโปรดปรานจากอัลลอฮ์จงมีแด่เขา) ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าจะถูกต้องคือสำนวนแรก ซึ่งกล่าวว่า: ‘มันไปและกราบอยู่ใต้บัลลังก์’ ซึ่งในนั้นไม่มีการกล่าวถึงการที่มันตก ‘ในบ่อน้ำร้อน’…”

และระบุเหตุผลทางวิชาการว่า:

“…สำนวนนี้ (กราบใต้บัลลังก์) เป็นสิ่งที่ผู้รายงานส่วนใหญ่และผู้ที่มีความจำดีที่สุดเห็นพ้องกัน ในรายงานจาก อิบรอฮีม อัต-ตัยมี...” [1]

การสุญูดใต้บัลลังก์เป็นเรื่องฆ็อยบ์ มนุษย์รู้ได้เท่าที่ตัวบทบอก และไม่สามารถนำจินตนาการทางวัตถุมากำหนดรูปแบบหรือวิธีการเอง

ส่วนสำนวนที่ผู้โจมตีใช้ คือสำนวน “ในบ่อน้ำร้อน” IslamQA ชี้ว่าเป็นสำนวนที่มีปัญหาในเชิงรายงาน

IslamQA ระบุว่า:

“…สำนวนที่สอง (‘ในบ่อน้ำร้อน’) ถูกรายงานโดย อัล-ฮะกัม อิบน์ อุตาอิบะฮ์ เพียงผู้เดียว จากอิบรอฮีม และอัล-ฮะกัม - แม้ว่าเขาจะเชื่อถือได้ - แต่เขาถูกระบุโดย อัน-นะซาอีย์ ว่าเป็น มุดัลลิส (ผู้ที่อาจใช้ถ้อยคำคลุมเครือในที่มา) ในตำรา Dhikr al-Mudalliseen,

ข้อเท็จจริงที่ว่ารายงานนี้ขัดแย้งกับรายงานที่เล่าโดยผู้รายงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งยืนยันได้ถึงความเป็นไปได้ว่า สายรายงานนี้มีความบกพร่องและอาจขาดตอนเกิดขึ้นในหะดีษบทนี้โดยเฉพาะ” [1]

เมื่อมีรายงานสองกระแสที่ขัดกัน วิธีที่ถูกต้องคือต้องชั่งน้ำหนักตามหลักวิชาหะดีษ

รายงานที่ผู้รายงานส่วนใหญ่และผู้ที่มีความจำดีที่สุดเห็นพ้องกัน ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าสำนวนที่มาจากสายเดียวและมีประเด็นด้านการรายงาน

ดังนั้น การนำสำนวนที่มีน้ำหนักน้อยกว่าและถูกชี้ว่ามีปัญหา มาเสนอเหมือนเป็นคำสอนหลักของอิสลาม คือการตัดตอนหลักฐานออกจากกระบวนการตรวจสอบของนักวิชาการ


ประเด็นที่ 3: นักปราชญ์มุสลิมยืนยันความกลมของวงโคจรและโลก ไม่ได้เชื่อว่าดวงอาทิตย์ตกลงบ่อจริง

ข้อกล่าวหานี้ยังขัดกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ความรู้ของนักปราชญ์มุสลิม บรรดาปราชญ์ของอิสลามมีมติเอกฉันท์ว่าโลกนั้นกลม และวงโคจรทั้งหลายนั้นกลม ด้วยเหตุนี้ กลางคืนและกลางวันจึงหมุนเวียนสลับกันตามความกลมและการหมุนของวงโคจร

ท่านอิบนุ ตัยมียะฮ์ ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน กล่าวว่า:

“วงโคจร (ของดวงดาว) นั้นมีลักษณะกลม (ทรงกลม) ตามทรรศนะของนักปราชญ์มุสลิม ตั้งแต่ยุคซอฮาบะฮ์และตาบิอีนที่ดำเนินตามพวกเขาด้วยดี ดังที่มีหลักฐานยืนยันจากพวกเขาด้วยสายรายงานที่ถูกระบุไว้ในที่ของมัน ยิ่งไปกว่านั้น นักปราชญ์มุสลิมมากกว่าหนึ่งท่านได้ถ่ายทอดมติเอกฉันท์ (อิจมาอ์) ของมุสลิมในเรื่องดังกล่าว”

จบการอ้างอิงจาก “มินฮาจญ์ อัส-ซุนนะฮ์ อัน-นะบะวิยะฮ์” 5/442

คำกล่าวนี้สำคัญมาก เพราะถ้านักปราชญ์มุสลิมเข้าใจตัวบทว่าดวงอาทิตย์ตกลงบ่อจริงทางฟิสิกส์จริง ย่อมไม่เกิดคำยืนยันเรื่องความกลมของวงโคจรและการหมุนเวียนของกลางคืนกลางวันในลักษณะนี้

สิ่งนี้ชี้ว่า นักปราชญ์ไม่ได้เข้าใจตัวบทอย่างตื้นเขินตามที่ผู้โจมตีพยายามยัดเยียด พวกเขาเข้าใจว่าภาษาของตัวบทในอัลกุรอาน 18:86 เป็นภาษาพรรณนาจากมุมมองผู้เห็น และเข้าใจว่าสำนวนที่มีปัญหาในรายงานบางกระแสต้องถูกชั่งด้วยหลักวิชาหะดีษ

บรรณาธิการเนื้อหาโดย ฝ่ายกิจกรรมศาสนา ✅


📌 แหล่งอ้างอิง (References)

[1] IslamQA, Question 176375, The correct way to describe the sun is that it “prostrates beneath the Throne”

[2] NASA StarChild, Sunrise, Sunset: Apparent Motion of the Sun