อิสลามป่าเถื่อนเพราะมีเทศกาลเชือดสัตว์⁉️
·13 มิ.ย. 2569·9 นาที

อิสลามป่าเถื่อนเพราะมีเทศกาลเชือดสัตว์⁉️

คำกล่าวอ้างของผู้เกลียดชังอิสลาม

วันอีฎคือวันเฉลิมฉลองแบบไหนกัน ทำไมเต็มไปด้วยภาพการเชือดคอสัตว์ เลือดนองพื้น และวัวแพะที่ถูกฆ่าอย่างน่าสงสาร สัตว์ก็รักชีวิต รู้สึกเจ็บปวด และหวาดกลัวได้เหมือนกัน แล้วเหตุใดการทำบุญจึงต้องตั้งอยู่บนความทรมานของสัตว์แบบนี้ โลกเดินมาถึงยุคไหนแล้ว แต่พวกคุณยังเฉลิมฉลองกันด้วยพิธีกรรมที่ป่าเถื่อนเช่นนี้อีก

นี่คือตัวอย่างของการเลือกหยิบข้อมูลบางส่วนมาขยายผล และใช้ความรู้สึกนำเหตุผล ผู้เกลียดชังเลือกใช้คำว่า “เชือดคอ” “เลือดนอง” “ทรมาน” และ “ป่าเถื่อน” เพื่อสร้างภาพจำที่น่ารังเกียจในใจผู้อ่านก่อนที่ผู้อ่านจะได้เข้าใจหลักการจริงของอิสลาม

ปัญหาของข้อกล่าวหานี้คือการเอา “ภาพเลือด” มาแทน “หลักศาสนา” ทั้งที่อิสลามมีข้อกำหนดชัดเจนเรื่องความเมตตาต่อสัตว์ และห้ามสร้างความเจ็บปวดที่ไม่จำเป็น ในมิติของบทบัญญัติศาสนา อิสลามกำหนดให้การเชือดต้องอยู่ภายใต้ฐานของความเมตตา นั่นคือการกระทำด้วยความปรานี ลดความทรมานอย่างที่สุด และห้ามปฏิบัติต่อสัตว์อย่างทารุณ

ข้อกำหนดอันเด็ดขาดในเรื่องนี้ ปรากฏชัดเจนในหลักฐานที่เว็บไซต์ IslamQA ได้อ้างอิงไว้ ซึ่งระบุว่า:

“لقول النبي صلى الله عليه وسلم: (إن الله كتب الإحسان على كل شيء، فإذا قتلتم؛ فأحسنوا القتلة، وإذا ذبحتم؛ فأحسنوا الذبحة، وليحد أحدكم شفرته وليرح ذبيحته) رواه مسلم (1955)”

คำแปล: “ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: แท้จริงอัลลอฮ์ได้กำหนดให้กระทำความดีต่อทุกๆสิ่ง ดังนั้นเมื่อพวกท่านจะฆ่าสัตว์ ก็จงฆ่าด้วยความปรานี เมื่อพวกท่านเชือดคอสัตว์ก็จงเชือดด้วยวิธีที่ดีที่สุด ด้วยการลับมีดให้คมและให้สัตว์ที่เชือดนั้นเจ็บปวดน้อยที่สุด (บันทึกโดย มุสลิม 1955)” [2], [คำแปลจาก Islammore]

หลักฐานนี้หักล้างแกนกล่าวหาโดยตรง เพราะอิสลามไม่ได้เปิดทางให้เชือดอย่างทารุณ แต่สั่งให้เชือดอย่างดี ใช้มีดคม และลดความทรมานของสัตว์

อิบนุ รอญับ อัล-ฮัมบะลีย์ อธิบายหลักการฆ่าไว้ว่า:

والإحسّانُ في قتل ما يجوزُ قتله من الناس والدواب: إزهاقُ نفسه على أسرعِ الوجوه وأسهلِها وأَوحاها من غير زيادةٍ في التعذيب، فإنَّه إيلامٌ لا حاجة إليه

คำแปล: “และความดีงามในการฆ่าสิ่งที่อนุญาตให้ฆ่า ทั้งในหมู่มนุษย์และสัตว์ คือการพรากชีวิตด้วยวิธีที่รวดเร็วที่สุด ง่ายดายที่สุด และฉับไวที่สุด โดยปราศจากการเพิ่มความทรมาน เพราะนั่นคือความเจ็บปวดที่ไร้ความจำเป็น” [2]

จากคำอธิบายนี้ทำให้เห็นว่า อิสลามต้องการให้การเชือดเกิดขึ้นด้วยความเมตตา ให้สัตว์เจ็บน้อยที่สุด และหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่ไม่จำเป็น ซึ่งความเมตตานี้เริ่มตั้งแต่ก่อนการเชือด ไม่ใช่เฉพาะตอนลงมีด

ข้อมูลจาก IslamQA ได้สรุปใจความถึงความเมตตาไว้ว่า:

"ผู้เชือดต้องทำทุกวิถีทางให้สัตว์ผ่อนคลาย ไม่ทำให้สัตว์ตกใจหรือหวาดกลัว ต้องซ่อนมีดไม่ให้สัตว์เห็นจนกว่าจะถึงเวลาจริง ต้องลับมีดให้คม ใช้เครื่องมือที่คมที่สุด ไม่จับหรือลากสัตว์อย่างรุนแรง และไม่ควรเชือดสัตว์ตัวหนึ่งต่อหน้าสัตว์อีกตัว" [2], [4]

นอกจากการดูแลสภาพจิตใจของสัตว์ไม่ให้ตื่นกลัวแล้ว การเชือดตามหลักอิสลามจึงกำหนดให้ตัดเส้นเลือดสำคัญบริเวณลำคอ เพื่อให้เลือดไหลออกอย่างรวดเร็ว และตามรูปแบบที่สมบูรณ์ควรตัดหลอดลมกับหลอดอาหารด้วย

IslamQA กล่าวไว้ว่า:

ولابد أن يكون إنهار الدم من الرقبة من أسفلها إلى اللحيين، بحيث يقطع الودَجين، وهما عرقان غليظان محيطان بالحلقوم، وتمام ذلك أن يقطع معهما الحلقوم ـ وهو مجرى النفس ـ والمريء ـ وهو مجرى الطعام والشراب ـ ليذهب بذلك مادة بقاء الحيوان وهو الدم وطريق ذلك وهو الحلقوم والمريء

คำแปล: “จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เลือดไหลออกจากคอ (ช่วงตั้งแต่ฐานคอไปจนถึงขากรรไกร) โดยการตัดเส้นเลือดดำใหญ่ทั้งสองเส้น ซึ่งเป็นเส้นเลือดหนาที่ขนาบข้างหลอดลมให้ขาด และความสมบูรณ์แบบ (ของการเชือด) คือการตัดหลอดลม - อันเป็นทางเดินหายใจ - และหลอดอาหาร - อันเป็นทางเดินอาหารและเครื่องดื่ม - ไปพร้อมกันด้วย เพื่อเป็นการระบายเลือดซึ่งเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของสัตว์ออกไป พร้อมกับตัดเส้นทางของมัน อันได้แก่หลอดลมและหลอดอาหาร” [2]

ข้อเท็จจริงนี้ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ผ่านรายงานการวิจัยของสถาบัน Meat & Livestock Australia (MLA) จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้ระบุถึงมาตรฐานทางกายวิภาคว่า:

“Subsequent slaughter has to be initiated without any delay and in a manner that ensures maximum blood loss in the shortest possible time. After the cut the slaughter man needs to ensure that both carotid arteries have been severed completely and that there is a gushing blood flow from them.”

คำแปล: “การเชือดในลำดับต่อมาจะต้องเริ่มต้นขึ้นโดยปราศจากความล่าช้าใดๆ และด้วยวิธีการที่รับประกันว่าจะมีการสูญเสียเลือดสูงสุดในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังจากการตัด ผู้เชือดจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าเส้นเลือดแดงใหญ่ (carotid arteries) ทั้งสองเส้นได้ถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์ และมีเลือดไหลพุ่งออกมาจากเส้นเลือดเหล่านั้น” [3]

จุดนี้ทำให้เห็นว่าเลือดที่ผู้เกลียดชังนำมาใช้ปลุกอารมณ์ผู้อ่าน แท้จริงคือผลของกระบวนการเชือดที่ต้องการให้เลือดไหลออกอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และงานวิจัยเดียวกันยังกล่าวถึงช่วงเวลาตั้งแต่การตัดที่คอจนถึงการหมดสติว่า:

“The shortest period from neck cut to unconsciousness reported in any animal is 3 seconds, with the longest periods well in excess of 60 seconds.”

คำแปล: “ระยะเวลาที่สั้นที่สุดนับตั้งแต่การตัดคอจนถึงการหมดสติที่มีรายงานในสัตว์ใดๆ คือ 3 วินาที โดยระยะเวลาที่นานที่สุดนั้นเกินกว่า 60 วินาทีไปมาก” [3]

ข้อมูลนี้ควรถูกอ่านอย่างตรงไปตรงมา คือการเชือดที่คอสามารถนำไปสู่การหมดสติได้เร็วมากในบางกรณี แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความถูกต้องของการตัดและประสิทธิภาพของการไหลออกของเลือด เพราะเหตุนี้ อิสลามจึงกำหนดให้เชือดอย่างดี ลับมีดให้คม และหลีกเลี่ยงความทรมานที่ไม่จำเป็น

ส่วนข้อกล่าวหาว่า “การทำบุญตั้งอยู่บนความตาย” เป็นการบีบประเด็นให้แคบจนตัดมิติทางสังคมของกุรบานออกไปทั้งหมด

กุรบานหรืออุฎฮียะฮ์มีฮิกมะฮ์ที่ลึกซึ้งกว่าภาพเลือดที่ผู้เกลียดชังเลือกนำมาขยาย เพราะเนื้อสัตว์จากการเชือดไม่ได้ถูกทิ้งขว้างหรือถูกใช้เพื่อความสะใจ หากถูกส่งต่อไปสู่การกิน การให้ และการบรรเทาความขัดสนของผู้คน

สำหรับคนที่มีฐานะดี เนื้อสัตว์อาจเป็นอาหารปกติในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับคนยากจนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ยากลำบาก เนื้อสัตว์คืออาหารที่เข้าถึงได้ยากและมีราคาเกินกำลัง บางครอบครัวแทบไม่มีโอกาสได้กินเนื้อสัตว์อย่างอิ่มท้องตลอดปี และวันอีฎิ้ลอัฎฮาอาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่พวกเขา ลูกหลาน และคนในบ้าน ได้รับเนื้อจากการแจกจ่ายของพี่น้องมุสลิม

ตรงนี้คือมิติที่ผู้เกลียดชังเลือกมองข้าม เขามองเห็นเลือดบนพื้น แต่ไม่มองเห็นจานอาหารของคนจนที่ได้รับเนื้อจากกุรบาน ความสำคัญของการส่งต่ออาหารนี้มีน้ำหนักถึงขั้นที่นักวิชาการร่วมสมัยบางท่านอนุญาตให้ทำอุฎฮียะฮ์นอกประเทศของตนเอง เพื่อให้เนื้อไปถึงมุสลิมที่ยากจนกว่าและมีความจำเป็นมากกว่า

ข้อมูลจาก Islam Q&A กล่าวไว้ว่า:

وقد اختار جمع من المعاصرين جواز التضحية خارج البلد لتعطى لمسلمين أشد حاجة وعوزا

คำแปล: “นักวิชาการร่วมสมัยส่วนหนึ่งเลือกทัศนะว่า เป็นที่อนุญาตให้ทำอุฎฮียะฮ์นอกประเทศของตนเองได้ เพื่อที่จะมอบให้แก่มุสลิมที่มีความจำเป็นมากกว่าและยากจนกว่า” [1]

ผู้เกลียดชังเลือกมองเฉพาะเลือด แต่ไม่มองหลักเมตตาในการเชือด พวกเขาเลือกมองเฉพาะภาพการฆ่าสัตว์ แต่ไม่มองเนื้อที่ถูกส่งต่อไปยังผู้ยากจน ผู้ขัดสน และครอบครัวที่อาจรอคอยเนื้อชิ้นนี้มาตลอดปี การที่บอกว่านี่ยุคไหนแล้วพร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกกุรบานด้วยภาพจำแบบโลกสวย อาจกลายเป็นการตัดเสบียงของคนจน โดยที่ผู้พูดไม่ได้แบกรับผลของคำพูดนั้น

วาทกรรมนี้จึงตั้งอยู่บนความสองมาตรฐาน เพราะโดยส่วนใหญ่คนเหล่านี้ก็ยังบริโภคเนื้อสัตว์จากระบบอุตสาหกรรมอาหารอยู่เป็นปกติ แต่พอเป็นอิสลามพวกเขาพร้อมที่จะโจมตี แม้ว่าการเชือดตามหลักการอิสลามนั้นมีเงื่อนไขด้านเมตตา และมีการแจกจ่ายแก่คนยากจน ฯลฯ ก็ตาม ปัญหาจึงอยู่ที่อคติต่อศาสนา มากกว่าความห่วงใยสัตว์อย่างแท้จริง

บรรณาธิการเนื้อหาโดย ฝ่ายกิจกรรมศาสนา ✅


📌 แหล่งอ้างอิง (References):

[1] IslamQA 175475 Can You Offer Udhiyah in another Country?

[2] IslamQA 288000 Islamic slaughter

[3] Meat & Livestock Australia (MLA) W.LIV.0383 Final Report (2010) Review of Stunning and Halal Slaughter

[4] IslamQA 153936 Does the meat of a slaughtered animal become haraam