ทำไมเอทิสต์ต้องเชื่อว่า “จักรวาลเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า”⁉️
มุสลิม Strawman ยัดเยียดข้อหาว่า เอทิสต์เชื่อว่าจักรวาลเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า
สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ เราไม่ได้ยัดเยียด แต่มันคือ ตรรกะเชิงบังคับ (Logical Necessity) ที่เกิดจากการตัดตัวเลือกที่เป็นไปไม่ได้ออกไปจนเหลือเพียงความจริงประการเดียว
เพื่อที่จะให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น หากเรากางความเป็นไปได้ทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดจักรวาล จะพบว่ามีเพียง 3 ตัวเลือกหลักเท่านั้น:
- จักรวาลนี้มีอยู่มาโดยตลอด (เป็นนิรันดร์)
- จักรวาลนี้มีผู้สร้าง
- จักรวาลนี้เกิดขึ้นมาเองจากความว่างเปล่า
นี่ไม่ใช่การตีกรอบบังคับ แต่เป็นรากฐานทางตรรกะ หากคุณคิดว่ามีตัวเลือกอื่น ก็เสนอมาได้เลย แต่ท้ายที่สุดมันก็จะวนกลับมาเข้าข่าย 1 ใน 3 ข้อนี้อยู่ดี
ทำไมเอทิสต์ถึงถูกต้อนให้จนมุมที่ตัวเลือกที่ 3?
คำถามคือ ทำไมเอทิสต์ถึงถูกต้อนให้จนมุมที่ตัวเลือกที่ 3?
คุณปฏิเสธมันเองด้วยวิทยาศาสตร์ เพราะวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าจักรวาล "มีจุดเริ่มต้น" กฎข้อที่ 2 ของเทอร์โมไดนามิกส์ (Entropy) เป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
คุณปฏิเสธการมีอยู่ของผู้สร้างตั้งแต่แรก
ดังนั้น: เมื่อคุณตัดข้อ 1 และ 2 ทิ้ง ตัวเลือกสุดท้ายที่เหลือรอดตามหลักตรรกะของคุณจึงหนีไม่พ้น "ความว่างเปล่า" (ข้อ 3)
ตรงนี้เอทิสต์มักจะหาทางลงด้วยถ้อยคำที่ดูเหมือนฉลาดว่า "เราไม่ได้บอกว่าจักรวาลเกิดจากความว่างเปล่า แต่มันอาจเกิดจากพลังงานควอนตัม, สุญญากาศควอนตัม, มัลติเวิร์ส (Multiverse) หรือกฎฟิสิกส์บางอย่าง"
การเสนอคำว่า ควอนตัม, มัลติเวิร์ส หรือกฎฟิสิกส์ ไม่ได้ตอบปัญหาต้นกำเนิดสูงสุด คุณแค่ย้ายคำถามจาก "จักรวาลนี้มาจากไหน" ไปเป็น "สิ่งที่คุณเสนอมาใหม่นั้น มาจากไหน?"
เช่น:
หากพลังงานควอนตัมมีอยู่จริง: มันมีอยู่มาโดยตลอด (เข้าข้อ 1), มีผู้ให้มันมีขึ้นมา (เข้าข้อ 2), หรือเกิดจากความว่างเปล่า (เข้าข้อ 3)?
หากมัลติเวิร์สมีอยู่จริง: ระบบนั้นมีอยู่มาโดยตลอด (เข้าข้อ 1), มีผู้สร้างมัน (เข้าข้อ 2), หรือเกิดจากความว่างเปล่า (เข้าข้อ 3)?
สิ่งที่คุณเสนอเพิ่มมา ไม่ได้พาคุณหนีรอดจาก 3 ทางเลือกหลักนี้เลย มันเป็นเพียงการเพิ่ม "ชั้นของคำอธิบาย" เข้ามาคั่นกลาง แต่ปลายทางของคำถามยังคงเหมือนเดิม คือระบบทั้งหมดนั้นมีอยู่ได้อย่างไรตั้งแต่แรก
กฎฟิสิกส์ไม่ใช่ผู้สร้าง
หากคุณจะอ้างว่า “กฎฟิสิกส์” จักรวาลเกิดจากกฎฟิสิกส์
อย่างแรกคุณต้องเข้าใจก่อนว่า “กฎมันก็คือกฎ”
หากไม่มีอะไรไปกระทำ มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กฎฟิสิกส์ไม่ใช่ผู้สร้าง แต่เป็นเพียงคำอธิบายพฤติกรรมของสิ่งที่มีอยู่แล้ว
ดังที่ John Lennox ศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าจักรวาลนี้ต้องมีผู้สร้าง ได้กล่าวหักล้างแนวคิดนี้ไว้อย่างเฉียบขาดว่า:
"The simple law of arithmetic, 1 + 1 = 2, by itself never brought anything into being, and certainly never put any money into my bank account."
คำแปล: “กฎคณิตศาสตร์พื้นฐานที่ว่า 1 + 1 = 2 นั้น ลำพังตัวมันเองไม่เคยสร้างสิ่งใดให้เกิดขึ้นมาได้ และแน่นอนที่สุดว่ามันไม่เคยเสกเงินเข้าบัญชีธนาคารของผมได้เลย” [1]
คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า กฎไม่สามารถสร้างสิ่งใดจากความว่างเปล่าได้ หากไม่มี "ผู้กระทำ" ไปขับเคลื่อนมัน
(เกร็ดความรู้: แม้แต่บุคคลที่เป็นแนวหน้าด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Elon Musk ก็ยังยอมรับตรรกะที่ว่า จักรวาลนี้จำเป็นต้องมีผู้สร้าง: https://www.facebook.com/share/p/1CYqdimiJu)
“ผมไม่รู้” ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของปัญหาเชิงตรรกะ
ท้ายที่สุด เอทิสต์โดยส่วนใหญ่ก็จะตัดบทด้วยประโยคสิ้นหวังที่ว่า "ผมไม่รู้ ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบ แต่เดี๋ยววิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ได้เอง"
ผมต้องดับความหวังของคุณตรงนี้ก่อนเลยว่า วิทยาศาสตร์คือเครื่องมือสำหรับพิสูจน์สิ่งที่ "อยู่ภายในจักรวาล" เท่านั้น
วิทยาศาสตร์ไม่สามารถย้อนไปตรวจสอบในสภาวะที่ยังไม่มีจักรวาลได้ มันจะไปตรวจวัดอะไรในเมื่อมันไม่มีมวล ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่ให้ตรวจวัด?
การรอให้วิทยาศาสตร์มาตอบคำถามก่อนการมีอยู่ของจักรวาล คือความวิบัติทางตรรกะ เพราะคุณกำลังใช้เครื่องมือผิดประเภท
สิ่งเดียวที่จะไขความจริงเรื่องนี้ได้ในสภาวะที่วิทยาศาสตร์ก้าวไปไม่ถึง คือ "สติปัญญา ตรรกะ และเหตุผล"
หากคุณต้องการความจริงเกี่ยวกับจุดกำเนิดของจักรวาล ผมได้เขียนบทความเจาะลึกเกี่ยวกับตรรกะการกำเนิดจักรวาลไว้แล้ว เรียนเชิญเข้าไปหาคำตอบได้ครับ: https://www.facebook.com/share/p/1BGvxwCcin