อัลกุรอานระบุถึงการขยายตัวของจักรวาล
พิสูจน์อิสลามเชิงประจักษ์ เอกภพที่ขยายตัวกับสัจธรรมเมื่อ 1,400 ปีที่พิสูจน์ได้
เมื่อคุณลองแหงนมองขึ้นไปบนฟากฟ้าในคืนที่มืดมิด คุณอาจมองเห็นเพียงเพดานนิ่งๆ ที่ประดับด้วยดวงดาวอันไกลโพ้น ในสายตาของโลกทัศน์ปฏิเสธพระเจ้า ความยิ่งใหญ่เหล่านี้มักถูกลดทอนลงเหลือเพียงความบังเอิญที่ไร้จุดหมาย และไร้ผู้สร้างสรรค์
แต่ทว่าความจริงเชิงประจักษ์ที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างของจักรวาลกำลังท้าทายตรรกะเหล่านั้นอย่างรุนแรง มนุษย์เคยหลงเชื่อว่าเอกภพนั้นหยุดนิ่งและคงที่มาเป็นเวลานาน แต่ร่องรอยแห่งสัจธรรมที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ของพระเจ้ากลับให้ภาพของชั้นฟ้าในมุมมองที่ทรงพลัง ทั้งในฐานะ "สิ่งก่อสร้าง" ที่ซับซ้อนและมีมิติของการ "ขยายขอบเขต" อย่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานที่มนุษย์เพิ่งจะค้นพบในศตวรรษที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก IslamQA ฟัตวาที่ 471308 ได้อธิบายถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ผ่านอายะฮ์ที่ชัดเจนในซูเราะฮ์อัซ-ซาริยาต อายะฮ์ที่ 47 ว่า:
وَالسَّمَاءَ بَنَيْنَاهَا بِأَيْدٍ وَإِنَّا لَمُوسِعُونَ
คำแปล: “และชั้นฟ้านั้น เราได้สร้างมันขึ้นด้วยพลังอำนาจ และแท้จริงเราคือผู้แผ่ขยายให้กว้างขวางยิ่ง”
จากตัฟซีร อิบนุกะษีร (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ได้ระบุความหมายไว้ว่า:
وَالسَّمَاءَ بَنَيْنَاهَا أَيْ: جَعَلْنَاهَا سَقْفًا مَحْفُوظًا رَفِيعًا. بِأَيْدٍ أَيْ: بِقُوَّةٍ. قَالَهُ ابْنُ عَبَّاسٍ، وَمُجَاهِدٌ، وقَتَادَةُ، وَالثَّوْرِيُّ، وَغَيْرُ وَاحِدٍ، وَإِنَّا لَمُوسِعُونَ، أَيْ: قَدْ وَسَّعْنَا أَرْجَاءَهَا، وَرَفَعْنَاهَا بِغَيْرِ عَمِدٍ، حَتَّى اسْتَقَلَّتْ كَمَا هِيَ
คำแปล: “{และชั้นฟ้านั้น เราได้สร้างมันขึ้น} หมายถึง เราได้ทำให้มันเป็นหลังคาที่ถูกปกปักรักษาและถูกยกสูง, {ด้วยอัยดฺ} หมายถึง ด้วยพลังอำนาจ ทรรศนะนี้กล่าวโดยท่านอิบนุ ฃอับบาส, ท่านมุญาฮิด, ท่านเกาะตาดะฮฺ, ท่านอัษ-เษารีย์ และนักวิชาการอีกหลายท่าน, {และแท้จริงเราคือผู้แผ่ขยายให้กว้างขวางยิ่ง} หมายถึง #เราได้แผ่ขยายอาณาบริเวณของมัน และได้ยกมันขึ้นโดยไร้เสาค้ำยัน จนกระทั่งมันตั้งตระหง่านอยู่อย่างที่เป็นอยู่นี้”
นอกจากนี้ท่านฟัครุดดีน อัรรอซีย์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ยังระบุไว้ว่า:
وَقَوْلُهُ تَعَالَى: وَإِنَّا لَمُوسِعُونَ فِيهِ وُجُوهٌ؛ أَحَدُهَا: أَنَّهُ مِنَ السَّعَةِ، أَيْ أَوْسَعْنَاهَا بِحَيْثُ صَارَتِ الْأَرْضُ وَمَا يُحِيطُ بِهَا مِنَ الْمَاءِ وَالْهَوَاءِ، بِالنِّسْبَةِ إِلَى السَّمَاءِ وَسَعَتِهَا: كَحَلْقَةٍ فِي فَلَاةٍ
คำแปล: “และพระดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า {และแท้จริงเราคือผู้แผ่ขยายให้กว้างขวางยิ่ง} นั้น มีการอธิบายไว้หลายประการ หนึ่งในนั้นคือ มาจากคำว่า ความกว้างขวาง หมายถึง เราได้ทำให้มันกว้างใหญ่ไพศาล จนกระทั่งแผ่นดินและสิ่งที่ห้อมล้อมมันอยู่จากน้ำและอากาศ เมื่อนำไปเทียบกับชั้นฟ้าและความกว้างใหญ่ไพศาลของมันแล้ว เปรียบเสมือนห่วงเหล็กที่ตกอยู่ในทะเลทรายอันกว้างใหญ่”
ท่านเชคอัซซะอ์ดีย์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) ได้ระบุความยิ่งใหญ่ไว้ว่า:
يقول تعالى مبينًا لقدرته العظيمة: وَالسَّمَاءَ بَنَيْنَاهَا أي: خلقناها وأتقناها، وجعلناها سقفًا للأرض وما عليها. بِأَيْدٍ أي: بقوة وقدرة عظيمة وَإِنَّا لَمُوسِعُونَ لأرجائها وأنحائها
คำแปล: “พระองค์ตะอาลาตรัสเพื่อชี้แจงถึงเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ว่า: {และชั้นฟ้านั้น เราได้สร้างมันขึ้น} หมายถึง เราได้สร้างมันและทำให้มันสมบูรณ์แบบ และเราได้ทำให้มันเป็นหลังคาสำหรับแผ่นดินและสรรพสิ่งบนแผ่นดิน {ด้วยพละกำลัง} หมายถึง ด้วยพละกำลังและอำนาจอันยิ่งใหญ่ {และแท้จริงเราคือผู้แผ่ขยายให้กว้างขวางยิ่ง} สำหรับอาณาบริเวณและทิศทางต่างๆ ของมัน”
และท่านอัล-กอซิมีย์ (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่าน) กล่าวว่า:
وَإِنَّا لَمُوسِعُونَ: أي لقادرون على الإيساع، كما أوسعنا بناءها
คำแปล: “{และแท้จริงเราคือผู้แผ่ขยายให้กว้างขวางยิ่ง} หมายถึง: แท้จริงเราคือผู้ทรงมีความสามารถที่จะแผ่ขยาย ดังที่เราได้แผ่ขยายโครงสร้างของมันมาแล้ว” [1]
ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณาในมิติของนิรุกติศาสตร์และไวยากรณ์ภาษาอาหรับ จะพบหลักฐานที่ชี้ชัดว่า "จักรวาลกำลังขยายตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง" โดยข้อมูลจาก IslamWeb ฟัตวาที่ 185543 ได้อธิบายถึงความเร้นลับของคำว่า {لَمُوسِعُونَ} ไว้อย่างน่าสนใจว่า:
والآية تشير إلى أن السماء في حالة توسع دائم، يدل على ذلك لفظ: لَمُوسِعُونَ ـ فهو اسم فاعل بصيغة الجمع لفعل أوسع، وهو يفيد الاستمرار، لكن القرآن لم يبين تفاصيل الاتساع، وإنما أورده مجملاً، وقد أثبت العلم الحديث هذه الحقيقة
คำแปล: "และอายะฮ์นี้ชี้ให้เห็นว่าชั้นฟ้าอยู่ในสภาวะของการขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา สิ่งที่บ่งชี้ถึงเรื่องนี้คือคำว่า {لَمُوسِعُونَ} โดยมันเป็นคำนามกริยาผู้กระทำ (اسم فاعل) ในรูปพหูพจน์ของคำกริยา أوسع (ได้แผ่ขยาย) ซึ่งให้ความหมายถึงความต่อเนื่อง ทว่าอัลกุรอานไม่ได้อธิบายรายละเอียดของการขยายตัวนั้นไว้ แต่ได้ระบุไว้ในภาพรวม และวิทยาการสมัยใหม่ก็ได้พิสูจน์ยืนยันข้อเท็จจริงนี้แล้ว" [4]
ปรากฏว่าการค้นพบประจักษ์พยานทางโลก ช่างสอดคล้องกับสิ่งที่อัลกุรอานได้ระบุไว้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะในแง่ของ "โครงสร้าง" และ "การขยายตัว" ของจักรวาล
📌 ประการแรก
ในอดีตนักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าจักรวาลคือความว่างเปล่า จึงเรียกมันว่า "Space" (อวกาศ หรือ พื้นที่ว่าง) แต่เมื่อวิทยาการก้าวหน้าขึ้น พวกเขาได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วจักรวาลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มีโครงสร้างที่ถักทอ และยึดโยงเข้าด้วยกันอย่างประณีตแม่นยำ จนนักวิทยาศาสตร์เริ่มหันมาใช้คำว่า "Building" (โครงสร้าง หรือ สิ่งปลูกสร้าง) แทน
พวกเขาค้นพบว่ากาแล็กซีต่างๆ ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อนผ่าน "โครงข่ายจักรวาล" (Cosmic Web) โดยมี "สสารมืด" (Dark Matter) ทำหน้าที่เป็นเสมือนสะพานคอยยึดเหนี่ยวกาแล็กซีเหล่านี้ไว้ด้วยกัน ซึ่งความซับซ้อนทั้งหมดที่กล่าวมานี้ อัลลอฮ์ได้ทรงชี้แนะไว้ล่วงหน้าแล้วด้วยคำเพียงคำเดียวในอัลกุรอานว่า {بَنَيْنَاهَا} (เราได้ก่อสร้างมันขึ้นมา) [1]
📌 ประการที่สอง
ในปี ค.ศ. 1914 นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน เวสโต สลิเฟอร์ (Vesto Slipher) ได้ค้นพบหลักฐานที่ชี้ว่ากาแล็กซีต่างๆ กำลังเคลื่อนที่ถอยห่างออกไป และต่อมาในปี ค.ศ. 1929 เอ็ดวิน ฮับเบิล (Edwin Hubble) ได้นำข้อมูลมาสรุปเป็นข้อค้นพบทางดาราศาสตร์ที่แม่นยำ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Hubble's Law โดยกฎนี้ระบุว่า ความเร็วในการถอยห่างของกาแล็กซีนั้นแปรผันตรงกับระยะห่างของมัน (ยิ่งอยู่ไกล ยิ่งเคลื่อนที่ถอยห่างออกไปเร็วขึ้น) ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันถึงการขยายตัวของจักรวาล สอดคล้องกับคำดำรัสที่ว่า {وَإِنَّا لَمُوسِعُونَ} (และแท้จริงเราคือผู้แผ่ขยาย) [1]
การวิเคราะห์ทางวิชาการชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลจากองค์การนาซา (NASA) ในปี ค.ศ. 2024 และองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ในปี ค.ศ. 2013 ยืนยันปรากฏการณ์ "การเลื่อนแดงเชิงจักรวาล" (Cosmological Redshift) ที่เกิดจากแสงถูกยืดออกเมื่อ #เอกภพขยายตัว [2] [3]
ตลอดเวลาที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์พยายามยึดติดกับแนวคิดเอกภพที่คงที่ (Static Universe) ด้วยความพยายามอันสิ้นหวังที่จะปฏิเสธการมีอยู่ของ "จุดเริ่มต้น" และปฏิเสธ "พระผู้สร้าง"
แม้แต่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (A. Einstein) ในปี ค.ศ. 1917 ก็เคยพบในสมการทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปว่าเอกภพไม่หยุดนิ่ง แต่เขากลับพยายามแทรก "ค่าคงที่จักรวาล" (Cosmological Constant) ลงไปเพื่อค้านความจริงเรื่องการขยายตัว (เพื่อรักษาโลกทัศน์แบบไม่มีพระเจ้าไว้) ก่อนที่เขาจะต้องจำนนต่อหลักฐาน และยอมรับในภายหลังว่า “การฝืนธรรมชาติดังกล่าวนั้น คือความผิดพลาดทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา" [1]
เมื่อเรานำความหมายจากวิวรณ์ที่กล่าวถึงการสร้างชั้นฟ้าเป็น "สิ่งก่อสร้างด้วยพละกำลัง" และ "การแผ่ขยายขอบเขต" มาบรรจบกับข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งกระจ่างชัดในศตวรรษที่ 20 เราจะพบกับความอัศจรรย์ที่ท้าทายสติปัญญา
ขอให้คุณใช้สติปัญญาดูเถิดว่า ศาสนทูตมุฮัมมัด ﷺ ผู้เป็นอุมมีย์ (อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้) ท่ามกลางทะเลทรายเมื่อ 1,400 ปีก่อน จะเลือกใช้คำว่า {بَنَيْنَاهَا} (เราได้สร้างมัน/ก่อมันขึ้น) และ {لَمُوسِعُونَ} (เราเป็นผู้แผ่ขยายให้กว้างขวางยิ่ง) ได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติได้อย่างไร? หากไม่ใช่เพราะสัจธรรมที่ถูกประทานลงมาจากพระผู้ทรงสร้างสรรพสิ่ง ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งที่พระองค์ทรงอุบัติขึ้นตั้งแต่จุดเริ่มจนถึงปัจจุบัน
บทสรุป
ความสอดคล้องระหว่างอัลกุรอานเมื่อ 1,400 ปีก่อนกับข้อเท็จจริงทางดาราศาสตร์ ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่นี่คือ "หลักฐานเชิงประจักษ์" ที่ทำลายข้ออ้างของการไร้ผู้สร้างลงอย่างราบคาบ หากสติปัญญายอมรับความจริงข้อนี้ ขอให้สัญชาตญาณ (ฟิฏเราะฮ์) นำทางคุณกลับไปยอมจำนนต่ออัลลอฮ์ พระผู้ทรงสร้างจักรวาล ก่อนที่วันแห่งการตัดสินจะมาเยือนเถิด
#บรรณาธิการเนื้อหาโดย ฝ่ายกิจกรรมศาสนา ✅
📌 แหล่งอ้างอิง (References)
[1] IslamQA 471308 ما المقصود بقوله تعالى عن السماء (وَإِنَّا لَمُوسِعُونَ)؟
[2] NASA Science, Hubble Cosmological Redshift, Updated Sep 17, 2024
[3] European Space Agency (ESA), Planck reveals an almost perfect Universe